ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา พาโลวาทชาดก
ว่าด้วย คนมีปัญญาบริโภค

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา เสด็จเข้าไปอาศัยกรุงเวสาลี ทรงปรารภสีหเสนาบดี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า หนฺตฺวา ฆตฺวา วธิตฺวา จ ดังนี้.
               ความย่อมีอยู่ว่า สีหเสนาบดีนั้นถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งแล้วนิมนต์ไปถวายภัตตาหารปรุงด้วยเนื้อ. พวกนิครนถ์ฟังข่าวแล้วไม่พอใจ ใคร่จะเบียดเบียนพระตถาคตเจ้า จึงกล่าวใส่ไคล้ว่า พระสมณโคดมเสวยเนื้อที่เขาอุทิศถวายทั้งที่รู้อยู่.
               ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย นิครนถนาฏบุตรกับพวกบริษัทเที่ยวใส่ใคล้ว่า พระสมณโคดมเสวยเนื้อที่เขาอุทิศถวายทั้งที่รู้อยู่.
               พระศาสดาสดับเรื่องนั้นแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นิครนถนาฏบุตรนินทาเราว่าบริโภคเนื้อที่เขาอุทิศถวายแต่ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็ได้ติเตียนแล้วเหมือนกัน ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ครั้นเจริญวัยแล้ว ออกบรรพชาเป็นฤๅษี มาจากป่าหิมพานต์เพื่อต้องการเสพรสเปรี้ยวเค็มในกรุงพาราณสี.
               รุ่งขึ้นจึงเที่ยวภิกษาจารไปในพระนคร ครั้งนั้น กุฎุมพีผู้หนึ่งคิดว่า เราจักแกล้งดาบสให้ลำบาก จึงนิมนต์ให้เข้าไปสู่เรือน นิมนต์ให้นั่งบนอาสนะที่จัดปูไว้แล้ว อังคาสด้วยปลาและเนื้อ ครั้นเสร็จภัตตกิจแล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง กล่าวว่า เนื้อนี้ข้าพเจ้าฆ่าสัตว์ปรุงเป็นอาหารเฉพาะท่านโดยตรง ขออกุศลนี้อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย จงตกเป็นของท่านเถิด
               แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
               บุคคลผู้ไม่สำรวมประหารสัตว์ เบียดเบียนและฆ่าสัตว์ให้ทานแก่สมณะใด สมณะนั้นบริโภคภัตรเช่นนี้ ย่อมเข้าไปติดบาปด้วย.


               พระโพธิสัตว์ฟังแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
               ถ้าสมณะผู้มีปัญญาแม้บริโภคทานที่บุคคล ผู้ไม่สำรวม ฆ่าบุตรและภรรยาถวาย ก็ไม่เข้าไปติดบาปเลย.


               ในบทเหล่านั้น บทว่า ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญ ความว่า เนื้อของผู้อื่นที่บุคคลผู้ทุศีลแม้ฆ่าบุตรภรรยาให้แล้ว ยกไว้เถิด ท่านผู้มีปัญญาผู้ถึงพร้อมด้วยคุณ มีขันติและเมตตาเป็นต้น แม้บริโภคเนื้อนั้น ย่อมไม่แปดเปื้อนด้วยบาป.

               พระโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่กุฎุมพีอย่างนั้นแล้ว ลุกจากอาสนะหลีกไป.

               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
               นิครนถนาฏบุตรได้เป็น กุฎุมพี
               ส่วนดาบส คือ เราตถาคต นี้แล.


               จบ อรรถกถาพาโลวาทชาดกที่ ๖               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา พาโลวาทชาดก ว่าด้วย คนมีปัญญาบริโภค จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 340อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 342อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 344อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=1927&Z=1933
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๐  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com