ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค
๕. อนภิรติชาดก ว่าด้วยเปรียบหญิงเหมือนของ ๕ อย่าง

               พระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารชื่อว่าเชตวัน ทรงปรารภอุบาสกผู้มีเรื่องอย่างนั้นแหละ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยถา นที ปนฺโต จ ดังนี้.
               ก็เมื่ออุบาสกนั้นคอยเฝ้าจับตาดูอยู่ ก็รู้ความที่หญิงผู้เป็นภรรยานั้นมีความประพฤติชั่ว จึงมีจิตเดือดดาลและเพราะเหตุที่ตนเป็นผู้มีจิตกังวลขุ่นมัว จึงไม่ได้ไปสู่ที่บำรุงพระศาสดาเสีย ๗-๘ วัน.
               ครั้นวันหนึ่ง เขาไปวิหาร ถวายบังคมพระตถาคตเจ้า นั่งเรียบร้อยแล้ว.
               เมื่อพระศาสดาตรัสว่า เพราะเหตุไร จึงไม่มาเสีย ๗-๘ วัน.
               จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภรรยาของข้าพระองค์เป็นหญิงมีความประพฤติชั่ว เพราะเหตุที่ข้าพระองค์มีจิตขุ่นหมองในเรื่องชั่วๆ ของนาง จึงมิได้มาเฝ้า พระเจ้าข้า.
               พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก บุรุษต้องไม่ทำความขุ่นเคืองในหญิงทั้งหลายว่า หญิงเหล่านี้ประพฤติอนาจาร พึงวางตนเป็นกลางอย่างเดียว. แม้ในกาลก่อน บัณฑิตทั้งหลายก็บอกท่านแล้ว แต่ท่านกำหนดเหตุนั้นไม่ได้ เพราะภพอื่นปกปิดไว้.
               อุบาสกกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกดังต่อไปนี้ :-
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี. พระโพธิสัตว์ได้เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์โดยนัยก่อนนั่นแล.
               ครั้งนั้น ศิษย์ของท่านก็ได้เห็นโทษของภรรยาแล้ว ไม่มาหาเสีย ๒-๓ วัน เพราะความเป็นผู้มีจิตขุ่นหมอง. วันหนึ่งถูกอาจารย์ถาม ก็แจ้งเหตุนั้นให้ทราบ.
               ครั้นแล้ว อาจารย์ของเขาจึงกล่าวว่า พ่อเอ๋ย ขึ้นชื่อว่าหญิงเป็นของทั่วไปแก่คนทั้งปวง บัณฑิตทั้งหลายจะไม่ทำความขุ่นเคืองในหญิงเหล่านั้นเลยว่า หญิงเหล่านี้เป็นคนทุศีล มีแต่บาปธรรม.
               แล้วกล่าวคาถานี้โดยมุ่งให้เป็นคำสอน ความว่า :-
               “ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลายในโลก มีอุปมาเหมือนแม่น้ำ หนทาง โรงน้ำดื่ม ที่ประชุมและบ่อน้ำ บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ถือโกรธหญิงเหล่านั้น.”
ดังนี้
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา นที ความว่า แม่น้ำมีท่ามากเป็นสถานที่สาธารณะ แม้แก่คนชั้นต่ำมีคนจัณฑาลเป็นต้น แม้แก่คนชั้นสูงมีกษัตริย์เป็นต้นผู้มุ่งมาเพื่อจะอาบ. ในบรรดาคนเหล่านั้น ใครๆ ชื่อว่าจะอาบไม่ได้ ไม่มีเลย.
               แม้ในบท มีอาทิว่า ปนฺโต ก็มีอธิบายว่า แม้หนทางใหญ่ก็เป็นทางสาธารณะสำหรับคนทั้งปวง ใครๆ ที่จะชื่อว่าไม่ได้เดินทางนั้น ก็มิได้มี.
               บทว่า ปานาคารํ ความว่า โรงเหล้าจัดเป็นสถานสาธารณะสำหรับคนทั่วไป คนใดๆ ปรารถนาจะดื่ม ทุกๆ คนก็มีสิทธิเข้าไปในโรงเหล้านั้นได้ทั้งนั้น. แม้ถึงสภาที่ผู้ปรารถนาบุญสร้างไว้ เป็นที่พักอาศัยของมนุษย์ทั้งหลาย ในที่นั้นๆ ก็เป็นสถานสาธารณะ ใครๆ จะไม่ได้เข้าไปในสภานั้น ก็มิได้มี. แม้ประปาที่เขาตั้งตุ่มน้ำสำหรับดื่ม ใกล้ทางใหญ่สร้างขึ้นไว้ ก็เป็นของสาธารณะสำหรับคนทั่วไป ใครๆ จะไม่ได้ดื่มน้ำดื่ม ในที่นั้นก็มิได้มีฉันใด.
               บทว่า เอวํ โลกิตฺถิโย นาม ความว่า ดูก่อนพ่อมาณพหนุ่มน้อย หญิงทั้งหลายในโลกนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นของสาธารณะสำหรับคนทั่วไป คือเป็นเช่นกับ แม่น้ำ หนทาง โรงดื่ม สภาและประปา ด้วยอรรถว่าเป็นของทั่วไปนั้นแล. เพราะเหตุนั้น บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่โกรธเคืองหญิงเหล่านั้น.
               อธิบายว่า บัณฑิตคือคนฉลาด สมบูรณ์ด้วยความรู้ คิดเสียว่า หญิงเหล่านี้ลามก อนาจาร ทุศีล เป็นหญิงสาธารณะแก่คนทั่วไป ดังนี้แล้วจึงไม่โกรธหญิงเหล่านั้น.
               พระโพธิสัตว์ให้โอวาทแก่ศิษย์อย่างนี้. เขาฟังโอวาทนั้นแล้วจึงวางใจเป็นกลางได้. แม้ภรรยาของเขาก็คิดว่า ได้ยินว่า อาจารย์รู้เรื่องของเราแล้ว ตั้งแต่บัดนั้นก็ไม่ทำกรรมอันลามกอีก.
               แม้ภรรยาของอุบาสกนั้นก็คิดว่า ได้ยินว่า พระศาสดารู้เรื่องของเราแล้ว ตั้งแต่นั้นก็ไม่ทำบาปกรรมอีก.
               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสประกาศสัจจะทั้งหลาย.
               เมื่อจบสัจจะ อุบาสกก็ดำรงค์อยู่ในโสดาปัตติผล.
               แม้พระศาสดา ก็ทรงสืบอนุสนธิ ประชุมชาดกว่า
               คู่ผัวเมียในครั้งนั้น ได้มาเป็นคู่เมียผัว ในครั้งนี้
               ส่วนพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

.. อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๕. อนภิรติชาดก ว่าด้วยเปรียบหญิงเหมือนของ ๕ อย่าง จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 64อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 65อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 66อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=429&Z=433
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๙  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๖
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com