ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ธาตุกถาปกรณ์
นิทเทส ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส

               อรรถกถาอสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส               
               บัดนี้ เพื่อจำแนก อสังคหิเตน อสังคหิตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสแห่งบทนั้น บทใดนับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นต้น ด้วยบทอันสงเคราะห์ไม่ได้โดยขันธ์เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำปุจฉาวิสัชนา ซึ่งการสงเคราะห์บทนั้นนั่นแหละ ด้วยขันธ์เป็นต้นอีก.
               บท (อสังคหิเตน อสังคหิตะ) นั้นย่อมไม่ประกอบในบททั้งหลายมีทุกขสัจจะเป็นต้น อันเป็นไปด้วยขันธ์ ๕ และในบททั้งหลายอันมีอนิทัสสนาปปฏิฆะเป็นต้น อันเป็นไปด้วยสุขุมรูป กับด้วยวิญญาณ. เพราะพระนิพพานไม่พึงสงเคราะห์เข้าเป็นขันธ์ได้โดยบทเช่นนั้น. ส่วนบทที่เหลือ ชื่อว่าเป็นธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยขันธ์เป็นต้น ย่อมไม่มี ฉะนั้น บททั้งหลายอันมีรูปเช่นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาในวาระนี้. ก็แต่บทเหล่าใดไม่แสดงวิญญาณในขันธ์ ๕ โดยรวมกับสุขุมรูป บทเหล่านั้นพระองค์ทรงถือเอาในที่นี้.
               บัณฑิตพึงทราบอุทานแห่งบทเหล่านั้นดังนี้.
                         "สพฺเพ ขนฺธา ตถายตน-   ธาตุโย สจฺจโต ตโย
                         อินฺทฺริยานิปิ สพฺพานิ      เตวีสติ ปฏิจฺจโต.
                         ปรโต โสฬส ปทา          เตจตฺตาฬีสกตฺติเก
                         โคจฺฉเก สตฺตติ เทฺว จ      สตฺต จูฬนฺตเร ปทา.
                         มหนฺตเร ปทา วุตฺตา       อฏฺฐารส ตโต ปรํ
                         อฏฺฐารเสว ญาตพฺพา       เสสา อิธ น ภาสิตา".
               แปลว่า ขันธ์ทั้งหมด อายตนะทั้งหมด ธาตุทั้งหมด สัจจะ ๓ (คือสมุทยสัจจะ นิโรธสัจจะ มัคคสัจจะ) อินทรีย์ทั้งหมด ปฏิจจสมุปบาท ๒๓ (เว้นอุปปัตติภวะ กามภวะ รูปภวะ สัญญีภวะ ปัญจโวการภวะ) ต่อจากปฏิจจสมุปบาทอีก ๑๖ บท (คือสติปัฏฐานเป็นต้น จนถึงมนสิการเป็นที่สุด) ในติกะ ๔๓ บท ในโคจฉกะ ๗๒ บท ในจูฬันตรทุกะ ๗ บท ในมหันตรทุกะ ๑๘ บท ข้างหน้านี้อีก ๑๘ บท (คือปิฏฐิทุกะ) รวมทั้งหมด ๒๕๗ บท บทที่เหลือ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงแสดงไว้ในนิทเทสนี้.
               ก็ในนิทเทสนี้ ปัญหาแม้ทั้งหมดมี ๓๔ พร้อมกับบทที่ทรงรวบรวมไว้ด้วยสามารถแห่งคำวิสัชนาทำนองเดียวกัน. ในนิทเทสแห่งบทเหล่านั้น บทใด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา บทนั้นนั่นแหละสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่าใดมีขันธ์เป็นต้น ทรงหมายเอาธรรมเหล่านั้น จึงตรัสว่า "เอเกน ขนฺเธน" เป็นอาทิ.
               ในข้อนี้ พึงทราบนัยดังนี้ว่า ขันธ์ ๔ นิพพาน ๑ นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยขันธ์สงเคราะห์ ยกเว้นวิญญาณแล้ว ธรรมที่เหลือนับสงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะและธาตุ เพราะฉะนั้น วิญญาณนั่นแหละ ชื่อว่าสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แม้โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓ มีขันธ์สงเคราะห์เป็นต้น. ขันธ์ ๔ ก็นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยนิพพาน กับด้วยวิญญาณ โดยการสงเคราะห์เข้าเป็นขันธ์เป็นต้น. ธรรมแม้เหล่านั้นทั้งหมด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณนั่นแหละ โดยขันธ์สงเคราะห์เป็นต้นอีก ฉะนั้น ธรรมเหล่านั้น จึงชื่อว่านับสงเคราะห์ไม่ได้ ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗.
               อีกนัยหนึ่ง วิญญาณใดนั้นนั่นแหละ นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓ มีขันธ์สงเคราะห์เป็นต้น รูปธรรมเหล่านั้นเทียว ก็สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณธรรม แม้เหล่านั้น โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓. และรูปธรรมเหล่านั้นก็นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณ โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓ อีก. ด้วยว่าวิญญาณ เมื่อว่าโดยขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ ๑ เมื่อว่าโดยอายตนะ เป็นมนายตนะ ๑ เมื่อว่าโดยธาตุ เป็นวิญญาณธาตุ ๗ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า "เอเกน ขนฺเธน" เป็นอาทิ.
               โดยอุบายนี้ ในบททั้งปวง บทใด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา บทนั้นนั่นแหละ นับสงเคราะห์ไม่ได้ โดยธรรมเหล่าใดด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบขันธ์เป็นต้น ที่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.
               ในนิทเทสนั้น ปัญหาที่ ๒ พึงทราบด้วยสามารถแห่งรูป และวิญญาณก่อน เพราะว่า เวทนาเป็นต้น นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปและวิญญาณนั่นแหละ โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์เป็นต้น. ด้วยว่า ขันธ์ทั้ง ๒ เหล่านั้นเป็นอายตนะ ๑๑ เป็นธาตุ ๑๗.
               ในปัญหาที่ ๓ วิญญาณ นับสงเคราะห์ไม่ได้ ด้วยขันธ์ ๔ มีรูปขันธ์เป็นต้น ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.
               ในปัญหาที่ ๔ พึงทราบธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น ในปัญหาทั้งปวงโดยนัยนี้ว่า จักขวายตนะ นับสงเคราะห์ไม่ได้ โดยขันธ์ ๔ มีเวทนาเป็นต้น. ในปริโยสานธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในอุทานคาถานั่นแหละว่า "รูปํ ธมฺมายตนํ" เป็นอาทิ เป็นการแสดงย่อไว้โดยอาการอื่นฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาอสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ธาตุกถาปกรณ์ นิทเทส ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส จบ.
อ่านอรรถกถา 36.1 / 1อ่านอรรถกถา 36.1 / 187อรรถกถา เล่มที่ 36.1 ข้อ 189อ่านอรรถกถา 36.1 / 224อ่านอรรถกถา 36.1 / 452
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=36&A=771&Z=9590
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com