ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑
มาติกานิกเขปวาร ปัจจยวิภังควาร ปุเรชาตปัจจัย

               วรรณนานิทเทสแห่งปุเรชาตปัจจัย               
               ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยในปุเรชาตปัจจัยนิทเทสต่อไป.
               ชื่อว่า ปุเรชาตะ ในคำว่า ปุเรชาตปจฺจโย นี้ เป็นปัจจัยแก่ธรรมใด ต้องเกิดก่อนกว่าธรรมนั้น คือล่วงเลยอุปาทขณะไปถึงฐิตะขณะแล้ว.
               คำว่า จกฺขฺวายนํ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจวัตถุปุเรชาตปัจจัย.
               คำว่า รูปายตนํ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจอารัมมณปุเรชาตปัจจัย.
               คำว่า กิญฺจิ กาลํ ปุเรชาตปจฺจเยน (บางคราวเป็นปัจจัยด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย) พระองค์ตรัสหมายถึงปวัตติกาล.
               คำว่า กิญฺจิ กาลํ น ปุเรชาตปจฺจเยน (บางคราวก็ไม่เป็นปัจจัยด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย) ตรัสหมายเอาปฏิสนธิกาล.
               บาลีนี้มาแล้วด้วยอำนาจวัตถุและอารมณ์ในปัญจทวารทั้งหมด ไม่ได้มาด้วยอำนาจวัตถุในมโนทวาร. แต่ในปัญหาวาระ ได้อารัมมณปุเรชาตปัจจัยแม้ในมโนทวารด้วย เพราะบาลีมาแล้วว่า พระเสกขะหรือปุถุชนย่อมเห็นแจ้งซึ่งจักษุอันเป็นอารมณ์ที่เกิดก่อน โดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา. ส่วนในที่นี้ ทรงแสดงเทศนาด้วยอำนาจธรรมที่มีส่วนเหลือ.
               พรรณนาบาลีในปุเรชาตปัจจัยนิทเทสเพียงเท่านี้.
               ก็ปุเรชาตปัจจัยนี้มีแต่รูปล้วนๆ. ก็แลรูปนั้น ได้แก่รูปรูป ๑ (รูปรูป หมายถึงนิปผันนรูป ๑๘) ๑๘ เท่านั้น (รูปที่แตกสลายเพราะปัจจัยที่เป็นข้าศึก มีเย็นร้อนเป็นต้น) ที่เลยอุปาทขณะแล้วถึงฐิติขณะ.
               รูปทั้งหมดมี ๒ อย่าง คือเป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัยและอารัมมณปุเรชาตปัจจัย. ในสองอย่างนั้น รูปนี้คือจักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ วัตถุรูป ชื่อว่าวัตถุปุเรชาตะ รูปที่เหลือ ๑๒ ทั้งที่มาและไม่ได้มาในบาลี คือสี เสียง กลิ่น รส ธาตุ ๔ อินทรีย์ ๓ (คือ ภาวรูป ๒ ชีวิตรูป ๑) กพฬีการาหาร ๑ ชื่อว่าอารัมมณปุเรชาตะ.
               ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยการจำแนกโดยประการต่างๆ ในปุเรชาตปัจจัยนี้ ดังพรรณนามาแล้ว.
               ก็ในปุเรชาตปัจจัยซึ่งจำแนกได้ดังที่ข้าพเจ้าแสดงมาแล้วนี้ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณจิต ๒ ดวง ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย อายตนะ ๔ นอกจากนี้ก็เหมือนกัน คือเป็นปุเรชาตปัจจัยแก่โสตวิญญาณจิต ๒ ดวง เป็นต้น. วัตถุรูปเป็นปุเรชาตปัจจัยแก่จิตและเจตสิก ทั้งที่เป็นกุศล อกุศลและอัพยากตะอันเป็นไปในภูมิ ๔ ทั้งหมดเหลือ เว้นทวิปัญจวิญญาณจิตและอรูปวิบาก ๔. ก็อารมณ์ ๕ มีรูปเป็นต้น เป็นปุเรชาตปัจจัยโดยส่วนเดียว แก่ทวิปัญจวิญญาณจิตด้วย และแก่มโนธาตุ ๓ ด้วย.
               ก็รูปรูปทั้ง ๑๘ อย่างนั้น เป็นปุเรชาตปัจจัยแก่ธรรม ๖ หมวดเหล่านี้ คือกามาวจรกุศล อภิญญากุศลที่เกิดจากรูปาวจร อกุศล กามาวจรวิบากที่เกิดขึ้นโดยเป็นตทารัมมณะ กามาวจรกิริยา และอภิญญากิริยาที่เกิดจากรูปาวจร.
               ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยแม้โดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในปุเรชาตปัจจัยนี้ อย่างนี้แล.

               วรรณนานิทเทสแห่งปุเรชาตปัจจัย จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ มาติกานิกเขปวาร ปัจจยวิภังควาร ปุเรชาตปัจจัย จบ.
อ่านอรรถกถา 40 / 1อ่านอรรถกถา 40 / 10อรรถกถา เล่มที่ 40 ข้อ 11อ่านอรรถกถา 40 / 12อ่านอรรถกถา 40 / 1767
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=40&A=167&Z=192
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๖  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :