ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๙. นวกนิบาต]

๑. ภูตเถรคาถา

๙. นวกนิบาต
๑. ภูตเถรคาถา
ภาษิตของพระภูตเถระ
(พระภูตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า) [๕๑๘] เมื่อใด บัณฑิตกำหนดรู้ทุกข์ว่า ชราและมรณะเป็นทุกข์ที่ปุถุชนทั้งหลาย ผู้ติดอยู่ในเบญจขันธ์ไม่รู้แจ้ง เป็นผู้มีสติ เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐยิ่งกว่า ความยินดีในวิปัสสนา มรรคและผลนั้น [๕๑๙] เมื่อใด บัณฑิตละตัณหาที่ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ อันนำทุกข์มาให้ นำทุกข์อันเกิดเพราะความต่อเนื่องแห่งปปัญจธรรม๑- มีสติ เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีวิปัสสนา มรรค และผลนั้น [๕๒๐] เมื่อใด บัณฑิตสัมผัสทางอันสูงสุด ปลอดโปร่ง ที่ให้ลุถึงมรรคมีองค์ ๘ เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด ด้วยปัญญา มีสติ เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนามรรคและผลนั้น เชิงอรรถ : ธรรมเครื่องเนิ่นช้า หมายถึงธรรมที่ทำการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายให้ยึดยาวออกไป ซึ่งได้แก่ ราคะ ความกำหนัด มานะ ความถือตัวเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๑๙/๑๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๒๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๙. นวกนิบาต]

๑. ภูตเถรคาถา

[๕๒๑] เมื่อใด บัณฑิตเจริญสันตบท๑- ซึ่งไม่มีความเศร้าโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี อันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด ตัดกิเลสเครื่องผูกพันคือสังโยชน์ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนา มรรค และผลนั้น [๕๒๒] เมื่อใด กลองคือเมฆพรั่งพรูไปด้วยสายฝน คำรามอยู่ในท้องฟ้า ซึ่งเป็นทางไปของฝูงนกโดยรอบ และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา ยังเข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น [๕๒๓] เมื่อใด บัณฑิตมีจิตเบิกบาน นั่งเข้าฌานอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย ซึ่งดารดาษไปด้วยดอกโกสุม มีดอกไม้ป่าเป็นช่อสวยงาม เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น [๕๒๔] เมื่อใด มีฝนฟ้าร้องในเวลากลางคืน ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยวงาก็พากันยินดีในป่าใหญ่ที่สงัด และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น [๕๒๕] เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตนได้ เข้าถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความกระวนกระวายใจ ปราศจากกิเลสที่ตรึงใจโดยสิ้นเชิง เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น เชิงอรรถ : นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๑/๑๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๙. นวกนิบาต]

รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต

[๕๒๖] เมื่อใด ภิกษุมีความสุข กำจัดกิเลสที่เป็นมลทินที่ตรึงใจและความโศกได้ ไม่มีกลอนประตูคืออวิชชา ไม่มีป่าคือตัณหา ปราศจากลูกศรคือกิเลส ทั้งทำอาสวะให้สิ้นไปได้หมด เข้าฌานอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น
นวกนิบาต จบ
รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ
๑. พระภูตเถระที่เห็นธรรมโดยถ่องแท้ เป็นดุจนอแรดรูปเดียว และในนวกนิบาต มี ๙ คาถา ฉะนี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๑}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๔๒๙-๔๓๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=369                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=6874&Z=6912                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=369                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :