ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต]

๒. ภัททสาลชาดก (๔๖๕)

๒. ภัททสาลชาดก (๔๖๕)
ว่าด้วยเทวดาประจำต้นรังหนุ่ม
(พระราชาตรัสกับเทวดาว่า) [๑๓] ท่านเป็นใคร มีเสื้อผ้าสะอาดหมดจด ยืนอยู่ท่ามกลางนภากาศ เพราะเหตุไร น้ำตาของท่านจึงหลั่งไหล ภัยนั้นเกิดจากอะไร (ภัททสาละจอมเทพตรัสว่า) [๑๔] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ เมื่อข้าพระองค์ เป็นผู้ที่ประชาชนในแคว้นของพระองค์บูชาอยู่ตลอด ๖๐,๐๐๐ ปี ประชาชนเหล่านั้นรู้จักข้าพระองค์ว่า ภัททสาลรุกขเทพ [๑๕] ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งทิศ พระราชาพระองค์ก่อนๆ เมื่อจะทรงสร้างพระนครก็ดี อาคารและปราสาทชนิดต่างๆ ก็ดี ก็มิได้ทรงหมิ่นข้าพระองค์เลย พระราชาเหล่านั้นบูชาข้าพระองค์แล้วฉันใด แม้พระองค์ก็จงบูชาข้าพระองค์ฉันนั้นเถิด (พระราชาตรัสว่า) [๑๖] ข้าพเจ้ายังมิได้เห็นต้นไม้ ที่มีลำต้นใหญ่เท่ากับลำต้นของท่านเลย ท่านเป็นต้นไม้ที่มีลำต้นงาม มีสัณฐานสมส่วนและตรงโดยกำเนิด [๑๗] ข้าพเจ้าจะสร้างปราสาทที่มีเสาเดียว อันน่ารื่นรมย์ จักนำท่านเข้าไปอยู่ในปราสาทหลังนั้น ท่านผู้ควรบูชา ชีวิตของท่านจักยั่งยืน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๗๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต]

๒. ภัททสาลชาดก (๔๖๕)

(ภัททสาละจอมเทพตรัสว่า) [๑๘] หากพระองค์เกิดความดำริเช่นนี้ หากพระองค์ทรงปรารถนาจะแยกร่างกายของข้าพระองค์ ขอพระองค์จงรานกิ่งก้านข้าพระองค์ให้มากแล้วบั่นให้เป็นท่อนๆ [๑๙] พระองค์จงตัดยอดก่อน ต่อมาจงตัดกลางลำต้น และจงตัดโคนต้นในภายหลัง เมื่อข้าพระองค์ถูกตัดอย่างนี้ จะพึงตายไม่เป็นทุกข์ (พระราชาตรัสว่า) [๒๐] เหมือนราชบุรุษตัดมือ ตัดเท้า ตัดหู และตัดจมูกก่อน ต่อมาภายหลังจึงตัดศีรษะของโจรที่ยังเป็นอยู่ การตายนั้นพึงเป็นทุกข์ [๒๑] ภัททสาละผู้เจ้าป่า การถูกตัดเป็นท่อนๆ เป็นสุขหรือ เพราะเหตุไร เพราะอาศัยอะไร ท่านจึงปรารถนาการถูกตัดเป็นท่อนๆ (ภัททสาละจอมเทพตรัสว่า) [๒๒] ก็ข้าพระองค์อาศัยเหตุอันใดซึ่งเป็นเหตุอันประกอบด้วยธรรม จึงปรารถนาการถูกตัดเป็นท่อนๆ ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์ทรงสดับเหตุอันนั้นของข้าพระองค์ [๒๓] พวกญาติของข้าพระองค์เจริญเติบโตอย่างมีความสุข เกิดในที่อับลมข้างๆ ข้าพระองค์ ข้าพระองค์พึงเบียดเบียนพวกญาติแม้เหล่านั้น ชื่อว่าได้ก่อความไม่สุขสบายให้แก่ผู้อื่น (พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงตรัสว่า) [๒๔] ภัททสาละผู้เจ้าป่า ท่านได้คิดสิ่งที่ควรคิด ปรารถนาประโยชน์เกื้อกูลแก่หมู่ญาติ สหายเอ๋ย เราให้อภัยแก่ท่าน
ภัททสาลชาดกที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๗๗}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๗๖-๓๗๗. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=465                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=6417&Z=6447                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1613                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com