ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับหลวง   ฉบับมหาจุฬาฯ   บาลีอักษรไทย   PaliRoman 
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๒. เอกถัมภิกเถราปทาน

๒. เอกถัมภิกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกถัมภิกเถระ
(พระเอกถัมภิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑๓] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ มีคณะอุบาสกหมู่ใหญ่ และอุบาสกเหล่านั้น ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง เชื่อฟังพระตถาคต [๑๔] อุบาสกทั้งหมดมาประชุมปรึกษาหารือกัน จะสร้างศาลาโรงฉันถวายพระศาสดา แต่ยังหาเสาอีกหนึ่งต้นไม่ได้ จึงเที่ยวแสวงหาในป่าใหญ่ [๑๕] ข้าพเจ้าได้พบอุบาสกเหล่านั้นในป่า จึงเข้าไปหาคณะอุบาสกแล้วยกมือไหว้ ได้สอบถามคณะอุบาสกในครั้งนั้น [๑๖] หมู่อุบาสกผู้มีศีลที่ข้าพเจ้าถามได้ชี้แจงให้ข้าพเจ้าทราบว่า พวกเราต้องการจะสร้างศาลาโรงฉัน แต่ยังหาเสาอีกหนึ่งต้นไม่ได้ [๑๗] (ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า) ท่านทั้งหลาย จงให้เสาต้นหนึ่ง(เป็นภาระ)ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักถวายพระศาสดา ข้าพเจ้าจักนำเสามาให้ ท่านทั้งหลายไม่ต้องขวนขวายหรอก [๑๘] อุบาสกเหล่านั้นเลื่อมใส พอใจ ให้เสาแก่ข้าพเจ้า แล้วกลับจากที่นั้นไปเรือนของตน [๑๙] เมื่อคณะอุบาสกไปได้ไม่นาน ข้าพเจ้าจึงได้ถวายเสา มีจิตร่าเริง เบิกบาน ได้ยกเสานั้น เป็นต้นที่หนึ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๒. เอกถัมภิกเถราปทาน

[๒๐] ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าได้เกิดยังวิมาน วิมานของข้าพเจ้าสูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น [๒๑] เมื่อกลองตีดังกระหึ่มอยู่ ข้าพเจ้าได้รับการบำเรออยู่ทุกเมื่อ ในกัปที่ ๕๕ ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชามีนามว่ายโสธระ [๒๒] แม้ในสถานที่นั้น วิมานของข้าพเจ้าก็สูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น ประกอบด้วยเรือนยอดอย่างดี มีเสาต้นเดียวน่ารื่นรมย์ใจ [๒๓] ในกัปที่ ๒๑ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นกษัตริย์มีนามว่าอุเทน แม้ในสถานที่นั้น วิมานของข้าพเจ้าก็สูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น [๒๔] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ข้าพเจ้าก็ได้เสวยความสุขนั้นทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นหนึ่ง [๒๕] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายเสาไว้ ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นหนึ่ง [๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกถัมภิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกถัมภิกเถราปทานที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๕}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๐๔-๑๐๕. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=14                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง :- http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=1238&Z=1264                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=14              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=32&item=14&items=1              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/roman_item_s.php?book=32&item=14&items=1                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :