ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
กาฬุทายีเถราปทานที่ ๖
ว่าด้วยบุพจริยาของพระกาฬุทายีเถระ
[๑๓๖] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ไป พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระผู้มี จักษุในธรรมทั้งปวง เป็นผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นครู ผู้ประเสริฐกว่าพวกผู้นำ เป็นพระพิชิตมารผู้เข้าใจสิ่งดีและสิ่งชั่ว แจ้งชัด และเป็นคนกตัญญูกตเวที ย่อมประกอบสัตว์ทั้งหลายเข้าใน อุบาย อันเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน พระองค์ทรงรู้ธรรมทั้งปวง เป็น ที่อาศัยอยู่แห่งความเอ็นดู เป็นที่สั่งสมแห่งอนันตคุณ ทรงพิจารณา ด้วยพระญาณนั้นแล้ว ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ พระองค์เป็น ผู้มีความเพียรใหญ่ เจ้าปัญญา บางครั้ง ทรงแสดงธรรมไพเราะ ปฏิสังยุตด้วยสัจจะ ๔ แก่หมู่ชนไม่มีที่สุด สัตว์จำนวนแสนได้ บรรลุธรรม เพราะได้ฟังธรรมอันประเสริฐ อันงามในเบื้องต้น งามท่ามกลางและงามที่สุดนั้น ครั้งนั้น แผ่นดินสั่นสะเทือน เมฆ กระหึ่ม ทวยเทพ พรหม มนุษย์และอสูร ต่างก็แซ่ซ้องสาธุการ ว่าโอ พระศาสดาประกอบด้วยพระกรุณา โอ พระสัทธรรมเทศนา โอ พระพิชิตมารทรงฉุดหมู่สัตว์ที่จมลงในสมุทรคือภพขึ้นมาแล้ว เมื่อสัตว์พร้อมทั้งมนุษย์ เทวดาและพรหม เกิดความสังเวชเช่นนี้ แล้ว พระพิชิตมารได้ทรงสรรเสริญสาวกผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่าย ทำสกุลให้เลื่อมใส ครั้งนั้น เราเกิดในสกุลอำมาตย์ในพระนคร หงสวดี เป็นผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใส น่าดู มีทรัพย์และธัญญาหาร เหลือล้น เราเข้าไปยังพระวิหารหังสาราม ถวายบังคมพระตถาคต พระองค์นั้น ได้สดับธรรมอันไพเราะ และทำสักการะแด่พระผู้คงที่ หมอบลงแทบบาทมูลแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมุนีผู้มีความเพียร ใหญ่ ภิกษุใดในศาสนาของพระองค์ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายผู้ทำสกุลให้เลื่อมใส ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นเหมือนภิกษุนั้น ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเถิด ครั้งนั้น พระศาสดา ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา เมื่อจะเอาน้ำอมฤตรดเรา ได้ตรัสกะ เราว่า ลุกขึ้นเถิดลูก ท่านจะได้ฐานันดรนี้สมมโนรถปรารถนา บุคคลทำสักการะในพระพิชิตมารแล้ว จะพึงเป็นผู้ปราศจากผล อย่างไรได้เล่า ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่า โคดม ผู้สมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นใน โลก ท่านจักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็น โอรสอันธรรมเนรมิตร จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า กาฬุทายี ครั้งนั้น เราได้สดับพระพุทธยากรณ์แล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารซึ่งเป็นผู้นำชั้นพิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลาย ตราบเท่าสิ้นชีวิต เพราะวิบากของกรรมนั้น และเพราะตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ ก็ในภพสุดท้าย ในบัดนี้ เราเกิดในสกุลมหาอำมาตย์ ของพระเจ้า แผ่นดินพระนามว่าสุทโธทนะ ในพระนครกบิลพัสดุ์ อันรื่นรมย์ ครั้ง นั้น พระสิทธัตถราชกุมารผู้ประเสริฐกว่านรชน ได้ประสูติแล้ว ที่สวนลุมพินีอันรื่นรมย์ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่โลกทั้งมวล เราก็เกิดในวันเดียวกัน เติบโตมาพร้อมกันกับพระสิทธัตถราชกุมาร นั้นแหละ เป็นสหายรักใคร่ชอบใจของกัน คุ้นเคยกัน ฉลาดใน ทางนิติบัญญัติ พระสิทธัตถราชกุมารนั้น มีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ได้เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ยับยั้งอยู่ ๖ พรรษา ก็ได้เป็นพระ พุทธเจ้าผู้นำชั้นพิเศษ พระพุทธองค์ทรงชำนะมารพร้อมทั้งเสนามาร ยังอาสวะให้สิ้นไป ข้ามห้วงอรรณพคือภพแล้ว เป็นพระพุทธเจ้า ในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก เสด็จไปยังป่าอิสิปตนะ ทรงแนะนำ ภิกษุเบญจวัคคีย์ ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคก็เสด็จไปๆ ในที่นั้นๆ แล้วทรงแนะนำเวไนยสัตว์ พระพิชิตมารพระองค์นั้น ทรงแนะนำ เวไนยสัตว์ ทรงสงเคราะห์มนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ ได้เสด็จไปถึง ภูเขาในแคว้นมคธแล้ว ประทับอยู่ในคราวครั้งนั้น ครั้งนั้น เราอัน พระเจ้าแผ่นดินพระนามว่า สุทโธทนะทรงส่งไป ได้ไปเฝ้าพระทศพล บวชแล้ว ได้เป็นพระอรหันต์ ครั้งนั้น เราทูลอ้อนวอนพระศาสดา ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้เสด็จไปนครกบิลพัสดุ์ ต่อจากนั้น เราได้ล่วงหน้าไปก่อน ทำสกุลใหญ่ๆ ให้เลื่อมใส พระพิชิตมารผู้ ประเสริฐกว่าบุรุษ ทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้นของเรา จึงได้ทรง แต่งตั้งเราไว้ว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ทำสกุลให้เลื่อมใส เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกาฬุทายีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กาฬุทายีเถราปทาน.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ บรรทัดที่ ๓๗๖๓ - ๓๘๒๔. หน้าที่ ๑๖๒ - ๑๖๕. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=3763&Z=3824&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=136              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=136              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [136] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=33&item=136&items=1 [136] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=33&A=136&Z=136              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_33

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :