อานิสงส์แห่งการถวายดอกไม้สี่ชนิด
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ท่านพระมหาโมคคัลลานะจาริกไปในเทวโลก ได้ไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ณ ที่นั้น ท่านเห็นเทพธิดา 4 องค์ มีอัปสรเป็นบริวารองค์ละหนึ่งพัน เสวยทิพยสมบัติอยู่ในวิมาน 4 หลังซึ่งตั้งเรียงกัน
พระเถระเห็นเทพธิดาเหล่านั้นมีผิวพรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ จึงถามถึงบุญกรรมที่นางทั้งหลายเคยทำไว้ในกาลก่อน
เทพธิดาองค์แรกตอบว่า เมื่อชาติก่อน นางได้ถวายดอกราชพฤกษ์กำหนึ่งแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในปัณณกตนคร แคว้นเอสิกา เมืองนั้นตั้งอยู่บนเนิน เป็นเมืองรุ่งเรืองและน่ารื่นรมย์ เพราะบุญนั้น นางจึงมีวรรณะงามและมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เทพธิดาองค์ที่สองตอบว่า เมื่อชาติก่อน นางได้ถวายดอกบัวเขียวกำหนึ่งแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในนครนั้น ด้วยบุญนั้น นางจึงได้ทิพยสมบัติ มีผิวพรรณงาม และมีรัศมีรุ่งเรืองเช่นเดียวกัน
เทพธิดาองค์ที่สามตอบว่า เมื่อชาติก่อน นางได้ถวายดอกบัวหลวงกำหนึ่ง เป็นดอกไม้ที่เกิดในสระ มีรากขาวและกลีบเขียว แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในปัณณกตนคร ด้วยบุญนั้น นางจึงมีอานุภาพและรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เทพธิดาองค์ที่สี่ตอบว่า เมื่อชาติก่อน นางชื่อสุมนา ได้ถวายดอกมะลิตูม มีสีคล้ายงาช้าง แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในนครนั้น ด้วยบุญนั้น นางจึงมีวรรณะงาม มีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เรื่องของเทพธิดาทั้ง 4 องค์นี้เกิดขึ้นในกาลพระกัสสปพุทธเจ้า เมื่อครั้งนางทั้งหลายเป็นชาวนครปัณณกตะแห่งแคว้นเอสิกา ต่างคนต่างได้ถวายดอกไม้ต่างชนิดกันแด่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อสิ้นชีวิตแล้วจึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
จตุริตถีวิมานจึงเป็นเรื่องผลบุญของการถวายดอกไม้ แม้ของถวายเป็นเพียงดอกไม้กำหนึ่ง แต่เมื่อถวายด้วยจิตเลื่อมใสในท่านผู้สมควรรับทักษิณา ผลแห่งบุญนั้นปรากฏเป็นทิพยสมบัติ วิมาน บริวาร และรัศมีอันรุ่งเรือง
จตุริตถีวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาจตุริตถีวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ