9

อานิสงส์แห่งการถวายมะม่วงก่อนฤดู

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ ในสมัยนั้น พระเจ้าพิมพิสารทรงปรารถนาจะเสวยผลมะม่วง ทั้งที่ยังมิใช่ฤดูมะม่วง

พระองค์จึงตรัสสั่งพนักงานเฝ้าสวนให้นำผลมะม่วงมาถวาย พนักงานกราบทูลว่า เวลานั้นมะม่วงยังไม่มีผล แต่ถ้าพระองค์ทรงรออยู่ชั่วเวลาไม่นาน เขาจะพยายามทำให้ต้นมะม่วงออกผลให้ได้

เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว พนักงานเฝ้าสวนจึงไปยังสวน เอาดินละเอียดที่โคนต้นมะม่วงออก แล้วเกลี่ยดินใหม่ รดน้ำ จนต้นมะม่วงสลัดใบ จากนั้นจึงเปลี่ยนดินอีกครั้ง ผสมกากมะปรางและน้ำรสหวานลงไป ไม่นานต้นมะม่วงก็ออกช่อ ออกดอก และติดผล

ในบรรดาต้นมะม่วงเหล่านั้น ต้นหนึ่งมีผลสุกก่อน 4 ผล ผลมะม่วงนั้นมีสีแดงเรื่อดังผงชาด มีกลิ่นและรสหอมหวาน พนักงานเฝ้าสวนจึงถือผลมะม่วงทั้ง 4 ผล เดินไปเพื่อถวายพระราชา

ระหว่างทาง เขาได้พบท่านพระมหาโมคคัลลานะกำลังบิณฑบาต เห็นพระเถระแล้วเกิดความคิดว่า ผลมะม่วงเหล่านี้เป็นผลไม้ชั้นยอด หากถวายพระราชา ย่อมได้ผลเพียงค่าตอบแทนในปัจจุบัน แต่ถ้าถวายพระเถระ ผู้เป็นเนื้อนาบุญ ผลย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ทั้งปัจจุบันและภายหน้า

เขาจึงตั้งใจว่า แม้พระราชาจะทรงฆ่าหรือเนรเทศตน ก็ยอม แล้วน้อมถวายผลมะม่วงทั้ง 4 ผลแด่ท่านพระมหาโมคคัลลานะด้วยจิตเลื่อมใส

ฝ่ายพระเถระรับผลมะม่วงนั้นแล้ว นำไปน้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแบ่งผลมะม่วงนั้น ประทานแก่ท่านพระสารีบุตรผลหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานะผลหนึ่ง ท่านพระมหากัสสปะผลหนึ่ง และเสวยเองผลหนึ่ง

พนักงานเฝ้าสวนกลับไปเฝ้าพระเจ้าพิมพิสาร แล้วกราบทูลเรื่องทั้งหมด พระราชาทรงให้ตรวจสอบ เมื่อทราบว่าเป็นความจริง ก็ทรงปลื้มพระทัยว่า บุรุษผู้นี้เป็นบัณฑิต ยอมสละชีวิตของตนเพื่อขวนขวายในบุญ

พระเจ้าพิมพิสารจึงพระราชทานบ้านส่วยตำบลหนึ่ง พร้อมผ้า เครื่องประดับ และสิ่งของต่าง ๆ แก่เขา แล้วตรัสขอให้เขาแบ่งส่วนบุญจากทานนั้น เขาก็ถวายส่วนบุญแด่พระราชาตามสมควร

ภายหลังเมื่อพนักงานเฝ้าสวนผู้นั้นสิ้นชีวิตแล้ว ได้ไปเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองอันโอฬาร ประดับด้วยห้องรโหฐานจำนวนมาก และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ

ครั้นท่านพระมหาโมคคัลลานะได้พบเทพบุตรนั้น จึงถามว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ เขาได้ทำบุญอะไรไว้ จึงมีอานุภาพรุ่งเรืองและมีวิมานอันงดงามเช่นนี้

เทพบุตรนั้นมีความปลาบปลื้มใจ ตอบว่า เมื่อเป็นมนุษย์ เขาได้ถวายผลมะม่วง 4 ผลด้วยจิตเลื่อมใสในท่านผู้ปฏิบัติตรง ผลแห่งทานนั้นทำให้เขาได้เสวยทิพยสมบัติอันไพบูลย์

ในผลทายกวิมาน เทพบุตรกล่าวว่า ผู้มีจิตเลื่อมใส เมื่อถวายผลไม้ในหมู่ท่านผู้ปฏิบัติตรง ย่อมได้ผลอันไพบูลย์ ผู้ถวายผลไม้นั้นไปสู่สวรรค์ บันเทิงอยู่ในสวรรค์ และเสวยผลบุญอันไพบูลย์

ด้วยเหตุนี้ ผลทายกวิมานจึงแสดงผลบุญของการถวายผลไม้ด้วยศรัทธา แม้ของถวายเป็นเพียงผลมะม่วง 4 ผล แต่เมื่อถวายด้วยจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ผลแห่งทานนั้นย่อมมีอานิสงส์ใหญ่

ที่มา:
ผลทายกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาผลทายกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ