อานิสงส์แห่งการถวายท่อนอ้อยแด่พระเถระ
ครั้งหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานะอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ในราตรีนั้น มีเทพธิดาผู้หนึ่งมาเฝ้าท่าน มีรัศมีรุ่งเรืองดุจพระจันทร์และพระอาทิตย์ ยังบริเวณภูเขาคิชฌกูฏให้สว่างไสว แล้วประคองอัญชลียืนอยู่ ณ ที่สมควร
พระเถระเห็นเทพธิดานั้นมีสิริ มีบริวารยศ และมีเดชสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ จึงถามว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ นางได้ทำบุญอะไรไว้ ผลอันน่าปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอเช่นนี้
เทพธิดานั้นมีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ผลกรรมว่า เมื่อชาติก่อน นางเกิดเป็นมนุษย์ เป็นหญิงสะใภ้อยู่ในเรือนที่ผู้ใหญ่ไม่มีศรัทธาและตระหนี่ แต่นางเป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีในการแจกจ่ายทานโดยเคารพ
วันหนึ่ง นางได้เข้าไปหาพระเถระผู้สงบระงับ กราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค ครั้นได้เห็นพระเถระแล้ว จิตของนางเกิดความเลื่อมใส มีปีติอย่างยิ่ง จึงถวายท่อนอ้อยแด่พระเถระด้วยมือของตน
ภายหลัง แม่ผัวถามนางว่า ท่อนอ้อยหายไปไหน นางตอบว่า นางไม่ได้ทิ้ง ไม่ได้กิน แต่ได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับแล้ว แม่ผัวจึงบริภาษนางว่า ใครเป็นเจ้าของท่อนอ้อยนั้น เธอหรือฉัน แล้วคว้าเอาตั่งฟาดนางจนถึงตาย
เมื่อนางจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว ได้ไปเกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นไตรทศ เสวยสุขในเทวโลก เพียบพร้อมด้วยเทพเจ้าผู้รับใช้ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณ
เทพธิดากราบเรียนพระเถระว่า นางได้ทำกุศลกรรมไว้อย่างเดียว คือการถวายท่อนอ้อยนั้น เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุ นางจึงมีผิวพรรณงาม มีอานุภาพรุ่งเรือง มีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ และเป็นผู้ที่ท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีเทพชั้นไตรทศรักษา
นางกล่าวว่า ผลบุญนี้มิใช่น้อย การถวายท่อนอ้อยของนางมีผลอันยิ่งใหญ่ มีผลรุ่งเรืองมาก
อุจฉุทายิกาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาอุจฉุทายิกาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ