อานิสงส์แห่งการแบ่งขนมถวายพระอรหันต์
ยวปาลกวิมานเกิดขึ้นในสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ ในกาลนั้น มีเด็กเข็ญใจคนหนึ่งเป็นผู้เฝ้านาข้าวเหนียว วันหนึ่งเขาได้ขนมสดอย่างหนึ่งสำหรับเป็นอาหารมื้อเช้า คิดว่า เมื่อไปถึงนาแล้วจึงค่อยกิน จึงถือขนมนั้นไปยังที่เฝ้านา
เมื่อเด็กนั้นไปถึงนาแล้ว นั่งอยู่ที่โคนไม้ พระอรหันต์รูปหนึ่งเดินไปถึงบริเวณนั้นในเวลาใกล้บิณฑบาต เด็กเห็นพระเถระแล้วคิดว่า เวลาบิณฑบาตใกล้จะผ่านไป พระเถระอาจไปบิณฑบาตไม่ทัน
ด้วยจิตเลื่อมใส เขาจึงแบ่งขนมสดของตนครึ่งหนึ่งถวายแด่พระเถระด้วยมือของตน พระเถระรับขนมนั้นแล้วนั่งฉัน ณ ที่นั้นเอง เด็กผู้เฝ้านาเกิดปีติยินดี เพราะได้ถวายอาหารของตนแก่พระผู้หมดกิเลส
ภายหลัง เด็กนั้นทำกาลกิริยาแล้วได้ไปบังเกิดในภพดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติในวิมานแก้วมณีอันโอฬาร
ครั้งหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานะไปยังเทวโลก ได้เห็นเทพบุตรผู้นั้นอยู่ในวิมานแก้วมณี วิมานนั้นสูงมาก วัดโดยรอบได้ 12 โยชน์ เป็นปราสาทงดงาม มีเสาแก้วไพฑูรย์ มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
พระเถระถามเทพบุตรนั้นว่า วิมานอันรุ่งเรืองเช่นนี้เกิดขึ้นเพราะบุญอะไร เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เทพบุตรนั้นได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงมีอานุภาพมากและมีรัศมีกายสว่างไสวเช่นนี้
เทพบุตรมีความปลาบปลื้มใจ จึงตอบปัญหาแห่งผลกรรมว่า เมื่อชาติก่อน เขาเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นคนเฝ้านาข้าวเหนียว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีใจผ่องใส ไม่มัวหมอง
เมื่อเห็นภิกษุนั้นแล้ว เขาเกิดความเลื่อมใส จึงแบ่งขนมสดถวายด้วยมือทั้งสองของตน ครั้นแบ่งขนมนั้นถวายแล้ว เขาจึงได้บันเทิงอยู่ในสวนนันทวัน เพราะบุญนั้น ผิวพรรณของเขาจึงงาม ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จในวิมาน และรัศมีกายจึงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
ยวปาลกวิมานจึงแสดงผลบุญของทานที่ดูเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไป ผู้ถวายเป็นเพียงเด็กเข็ญใจผู้เฝ้านา มีขนมสดสำหรับตนเองเป็นอาหารมื้อเช้า แต่เมื่อเห็นพระอริยบุคคลผู้ควรรับทาน ก็แบ่งถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลแห่งบุญนั้นจึงปรากฏเป็นวิมานแก้วมณีและทิพยสมบัติอันงดงาม
ยวปาลกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถายวปาลกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ