6

อานิสงส์แห่งการถวายอาหารและน้ำแก่ภิกษุ

ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้เห็นเทพบุตรผู้หนึ่งอยู่ในวิมานอันรุ่งเรือง วิมานนั้นมีเสาทำด้วยแก้วมณี สูงมาก วัดโดยรอบได้ 12 โยชน์ มีปราสาท 700 ยอด ดูโอฬาร เสาทั้งหลายประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ พื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำงามวิจิตร

เทพบุตรนั้นอยู่ในวิมานอันประเสริฐ มีหมู่นางอัปสรแวดล้อม เสวยทิพยสมบัติ มีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ พระเถระจึงถามว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ เทพบุตรนั้นได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรจึงมีวิมานโอฬาร มีอานุภาพมาก และมีรัศมีกายสว่างไสวเช่นนี้

เทพบุตรนั้นมีความปลาบปลื้มใจ จึงตอบปัญหาแห่งผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า เมื่อชาติก่อน เขาเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งผู้เหน็ดเหนื่อย กระหายน้ำ และลำบากมาในกาลนั้น

เมื่อเห็นภิกษุนั้นแล้ว เขาเกิดจิตเลื่อมใส มิได้ปล่อยให้ภิกษุผู้มาถึงด้วยความลำบากต้องผ่านไปเปล่า เขาจึงขวนขวายจัดแจงอาหาร ปรุงอาหารอย่างหนึ่งถวาย พร้อมทั้งข้าวสุก แด่ภิกษุนั้นด้วยความเคารพ

ทานของเขามิได้กล่าวว่าเป็นของใหญ่โต แต่กล่าวชัดว่าเป็นอาหารที่เขาจัดถวายแก่ภิกษุผู้เหน็ดเหนื่อยและกระหายน้ำในเวลาที่ควรอนุเคราะห์ การถวายภัตตาหารนั้นเกิดขึ้นด้วยจิตเลื่อมใสและด้วยความตั้งใจช่วยให้ภิกษุผู้มาถึงพ้นจากความลำบากในเวลานั้น

เพราะบุญกรรมนั้น เมื่อละโลกแล้ว เขาจึงได้บังเกิดเป็นเทพบุตร มีวิมานแก้วมณีสูงใหญ่ มีปราสาท 700 ยอด มีเสาแก้วไพฑูรย์ มีพื้นทองคำ และมีทิพยสมบัติเป็นอันมาก

เทพบุตรกล่าวว่า เพราะบุญนั้น ผิวพรรณของเขาจึงงาม ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จในวิมานนั้น โภคะทั้งหลายอันน่าพอใจจึงเกิดขึ้น และเพราะบุญที่ได้ทำไว้ในกาลก่อน เขาจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง มีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ

ภิกขาทายกวิมานจึงแสดงผลบุญของการถวายภัตตาหารแก่ภิกษุในคราวที่เหมาะแก่กาล ผู้ถวายเห็นความเหน็ดเหนื่อยและความกระหายน้ำของภิกษุแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงจัดอาหารพร้อมข้าวสุกถวาย ผลแห่งทานนั้นปรากฏเป็นวิมานอันประณีตและทิพยสมบัติอันโอฬาร

ที่มา:
ภิกขาทายกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาภิกขาทายกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ