อานิสงส์แห่งการบูชาพระพุทธสรีระ
นางมัลลิกาเป็นราชบุตรีของกษัตริย์มัลละ และเป็นภรรยาของพันธุลมัลละ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้ว นางมีจิตเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระบรมศาสดา
นางได้นำเครื่องประดับมหาลดาของตนมาล้างด้วยน้ำหอม ถือเอาของหอมและดอกไม้อันเป็นของควรบูชา แล้วเข้าไปบูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้า
การบูชานั้นมิใช่เพียงการประดับสิ่งของภายนอก แต่เป็นการบูชาด้วยจิตผ่องใส น้อมระลึกถึงพระคุณของพระโคดมบรมครู ผู้ทรงพระคุณหาประมาณมิได้ แม้เสด็จปรินิพพานไปแล้ว ก็ยังเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ด้วยอานุภาพแห่งการบูชานั้น เมื่อนางมัลลิกาละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้ทิพยสมบัติอันโอฬาร ไม่ทั่วไปแก่เทพธิดาอื่น
วิมานของนางรุ่งเรืองด้วยแก้ว 7 ประการ โดยเฉพาะมีรัศมีสีทองผ่องใสยิ่งนัก ปรากฏประหนึ่งสายน้ำทองแดงเรื่ออยู่ในท่ามกลางเทวโลก
คราวหนึ่ง พระนารทเถระจาริกไปยังเทวโลก ได้เห็นเทพธิดาผู้หนึ่งมีพัสตราภรณ์และธงล้วนแต่สีเหลือง ประดับประดาด้วยเครื่องประดับสีเหลืองเจิดจ้า แม้ไม่ต้องประดับผ้าเหลืองอร่าม นางก็ยังงดงามอยู่โดยตนเอง
พระเถระเห็นนางสวมเกยูรทอง ประดับอุบะทอง คลุมเรือนร่างด้วยข่ายทอง มีพวงมาลัยแก้วนานาชนิดประดับศีรษะ จึงถามว่า นางเป็นใคร และได้ทำบุญอะไรไว้ จึงมีวรรณะงามและรุ่งเรืองเช่นนี้
เทพธิดานั้นตอบว่า นางมีจิตผ่องใส ได้บูชาพระโคดมบรมครู ผู้ทรงพระคุณหาประมาณมิได้ ซึ่งเสด็จเข้าสู่นิพพานไปแล้ว
เพราะได้ทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายสรรเสริญแล้ว นางจึงละความเศร้าโศก หมดโรคภัย ได้รับสุขกาย สุขใจ และรื่นเริงบันเทิงใจอยู่เป็นนิตย์ในเทวโลก
มัลลิกาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถามัลลิกาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ