19

อานิสงส์แห่งการถวายสังฆทานมุ่งตรงต่อพระสงฆ์

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้กรุงสาวัตถี ในกาลนั้น มีกุฎุมพีคนหนึ่งเป็นอุปัฏฐากของท่านพระเรวตเถระแห่งนาลกคาม

กุฎุมพีนั้นมีธิดา 2 คน คนหนึ่งชื่อภัททา อีกคนหนึ่งชื่อสุภัททา ต่อมาเมื่อทั้งสองละจากมนุษยโลกแล้ว นางภัททาไปเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ ส่วนนางสุภัททาไปเกิดในหมู่เทพชั้นนิมมานรดี มีรัศมีรุ่งเรืองและมีทิพยสมบัติไพบูลย์ยิ่งกว่านางภัททาผู้เป็นพี่

วันหนึ่ง นางสุภัททาเทพธิดามายังสำนักของนางภัททาเทพธิดา นางภัททาเห็นน้องสาวรุ่งเรืองด้วยรัศมี เรืองยศ และงดงามล่วงเทพเจ้าชาวดาวดึงส์ทั้งหลาย จึงถามว่า นางมาจากเทวโลกชั้นไหน และทำกรรมอะไรไว้จึงได้ผลวิเศษเช่นนี้

นางสุภัททาตอบว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ นางเคยเป็นน้องสาวของนางภัททา และเคยอยู่ร่วมในเรือนเดียวกัน ต่อมาได้พบภิกษุรูปหนึ่งผู้เป็นที่น่าเลื่อมใส คือท่านพระเรวตเถระ นางจึงนิมนต์พระเถระพร้อมภิกษุอื่นรวม 8 รูป ให้รับภัตตาหาร

ท่านพระเรวตเถระประสงค์จะอนุเคราะห์ให้นางได้รับประโยชน์มาก จึงบอกนางว่า จงถวายแก่สงฆ์เถิด นางสุภัททาได้ทำตามคำของพระเถระ ทักษิณาของนางจึงตั้งไว้ในสงฆ์ เป็นสังฆทาน มีผลมาก อันไม่อาจประมาณได้

นางสุภัททากล่าวแก่นางภัทดาว่า ทานของพี่ที่ถวายแก่ภิกษุเป็นรายบุคคลด้วยความเลื่อมใสนั้นมีผล แต่ทานที่นางถวายเข้าไปตั้งไว้ในสงฆ์นั้นมีผลมากกว่า เพราะเป็นทักษิณาที่ถวายในสงฆ์

นางภัททาเมื่อได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า บัดนี้พี่เพิ่งรู้ว่า ทานที่ถวายเป็นสังฆทานมีผลมาก หากพี่กลับไปเกิดเป็นมนุษย์อีก จักรู้ความประสงค์ของผู้ขอ ปราศจากความตระหนี่ ไม่ประมาท และถวายสังฆทานบ่อย ๆ

เมื่อเทพธิดาทั้งสองสนทนากันแล้ว นางสุภัททาเทพธิดากลับไปยังวิมานของตนในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี ท้าวสักกเทวราชได้สดับการสนทนานั้น จึงตรัสถามนางภัทดาว่า เทพธิดาผู้มีรัศมีรุ่งเรืองเหนือเหล่าเทพชาวดาวดึงส์นั้นเป็นใคร

นางภัททากราบทูลว่า เทพธิดานั้น เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เคยเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน ได้ทำบุญถวายสังฆทานไว้ จึงรุ่งเรืองด้วยยศและรัศมีเช่นนั้น

ท้าวสักกะจึงตรัสว่า น้องสาวของนางรุ่งเรืองกว่านาง เพราะได้ถวายสังฆทานซึ่งมีผลประมาณมิได้ไว้ในชาติก่อน

นางภัททายังระลึกถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า พระอริยบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อมรรค 4 และผู้ตั้งอยู่ในผล 4 ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรง ดำรงอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของผู้หวังบุญ

ผู้ใดถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักษิณาของผู้นั้นชื่อว่าเป็นทักษิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญที่บูชาแล้วชอบ เพราะสังฆทานนั้นมีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญ

ที่มา:
ทัททัลลวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาทัททัลลวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ