21

อานิสงส์แห่งการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกอโศก

ในกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ใกล้กรุงสาวัตถี วันหนึ่งพระองค์ประทับนั่งอยู่ในอันธวัน ในเวลานั้น หญิงหาฟืนคนหนึ่งเข้าไปในป่าเพื่อหาฟืนตามกิจของตน

นางเห็นต้นอโศกต้นหนึ่งออกดอกบานสะพรั่ง ดอกอโศกนั้นมีสีสด งามด้วยเกสร และมีกลิ่นหอม นางจึงเก็บดอกอโศกเป็นจำนวนมาก รวบรวมเป็นช่อพร้อมทั้งขั้วและก้าน แล้วถือเดินมา

ขณะเดินกลับ นางได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งอยู่ ณ ที่นั้น จิตของนางเกิดความเลื่อมใสในพระองค์ จึงไม่นำดอกอโศกเหล่านั้นไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น

นางเข้าไปยังที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วใช้ดอกอโศกที่ถือมานั้นปูลาดเป็นเครื่องลาดดอกไม้โดยรอบพระอาสนะ บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส

ครั้นบูชาแล้ว นางถวายบังคม ทำประทักษิณพระผู้มีพระภาคเจ้า 3 รอบ แล้วนอบน้อมจากไป

ต่อมา เมื่อนางละจากมนุษยโลกแล้ว ด้วยบุญกรรมที่ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกอโศกนั้น นางไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีนางอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร เสวยทิพยสมบัติอันน่ารื่นรมย์

ในเทวโลก นางร้อยกรองมาลัยทิพย์ด้วยดอกปาริจฉัตตกะ ซึ่งเป็นดอกไม้สวรรค์ มีกลิ่นหอมหวน น่ารื่นรมย์ แล้วขับร้อง ฟ้อนรำ และสำเริงอยู่ในหมู่เทพ

เมื่อเทพธิดานั้นกำลังฟ้อนรำ เสียงทิพย์อันน่าฟังและน่ารื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนของนาง กลิ่นทิพย์อันหอมระรื่นก็ฟุ้งออกจากอวัยวะทุกส่วนเช่นกัน

เมื่อเทพธิดาไหวกายกลับไปมา เสียงเครื่องประดับที่ช้องผมย่อมดังไพเราะดุจเสียงดนตรีเครื่อง 5 เสียงมงกุฎที่ถูกลมพัดให้ไหวก็กังวานไพเราะ แม้มาลัยบนศีรษะของนางก็มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ

ท่านพระมหาโมคคัลลานะเห็นเทพธิดาผู้มีรูปอันมิใช่ของมนุษย์ มีรัศมีและสมบัติทิพย์เช่นนั้น จึงถามว่า นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร

เทพธิดานั้นกราบเรียนว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ นางได้น้อมนำมาลัยดอกอโศก ซึ่งมีเกสรงาม เลื่อมประภัสสร มีสีสด และมีกลิ่นหอมฟุ้ง ไปบูชาพระพุทธเจ้า

นางกล่าวว่า เมื่อได้ทำกุศลกรรมอันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้ว นางจึงสร่างโศก หมดโรคภัย มีความสุข และรื่นเริงบันเทิงใจอยู่เป็นนิตย์

ที่มา:
ปาริจฉัตตกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาปาริจฉัตตกวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ