อานิสงส์แห่งการถวายน้ำข้าวเป็นยา
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ พระสาวกผู้เลิศทางฤทธิ์ ได้ไปยังเทวโลก เห็นเทพธิดาผู้หนึ่งมีผิวพรรณงดงาม มีรัศมีส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ ดุจดาวประกายพรึก จึงถามว่า นางทำบุญกรรมอะไรไว้ จึงมีวรรณะงาม มีอานุภาพ และมีรัศมีสว่างไสวเช่นนี้
เทพธิดานั้น เมื่อพระเถระถามถึงผลกรรมของตน ก็มีใจปลาบปลื้ม แล้วเล่าบุญที่เคยทำไว้ในกาลก่อนว่า ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ นางมีจิตเลื่อมใส ได้ถวายน้ำข้าวที่ปรุงแล้วแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งประทับอยู่ ณ พระนครอันธกวินทะ
น้ำข้าวนั้นมิใช่น้ำข้าวเปล่า แต่เป็นน้ำข้าวที่ปรุงเป็นยา ประกอบด้วยเครื่องปรุงหลายอย่าง เช่น พริก ดีปลี กระเทียม ขิง ข่า กระชาย และน้ำมันเจียว อันเหมาะแก่การถวายในกาลนั้น
เรื่องในอรรถกถาเล่าว่า ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประชวรด้วยโรคลมในพระนาภี จึงตรัสให้ท่านพระอานนท์ไปแสวงหาน้ำข้าวเพื่อเป็นยา พระอานนท์ถือบาตรไปยืนที่เรือนของหมอผู้เป็นอุปัฏฐาก
ภริยาของหมอเห็นพระอานนท์แล้วทราบว่า บาตรนั้นเป็นบาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้า และน้ำข้าวที่ต้องการนั้นเป็นยาสำหรับพระบรมศาสดา นางจึงเกิดความเคารพและเลื่อมใส จัดทำน้ำข้าวอย่างประณีต แล้วใส่บาตรถวายไป
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยน้ำข้าวนั้น อาพาธก็สงบลง ต่อมาภายหลัง หญิงผู้ถวายน้ำข้าวนั้นทำกาลกิริยาแล้วไปบังเกิดในภพดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติอันงดงาม
เทพธิดากล่าวถึงผลแห่งการถวายน้ำข้าวนั้นว่า แม้นางแก้วผู้เป็นเอกอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ แม้ทองคำ ม้า รถ นางราชกัญญา คชสารชั้นเลิศ หรือแม้ราชสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง 4 ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ 16 แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น
กัญชิกทายิกาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถากัญชิกทายิกาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ