อานิสงส์แห่งศรัทธา ศีล และการถวายทาน
ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน กรุงสาวัตถี มีอุบาสิกาคนหนึ่งในเมืองนาลันทา ชื่อโสณทินนา.
นางเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย มีศีลบริสุทธิ์ ยินดีในการให้ทานและการแบ่งปัน มีจิตผ่องใส และบำรุงภิกษุทั้งหลายด้วยปัจจัยตามกำลังของตน.
เมื่อนางถวายทาน นางถวายด้วยความเคารพ ทั้งผ้านุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะ เครื่องประทีป และสิ่งอุปกรณ์ที่สมควรแก่พระอริยสาวกผู้ปฏิบัติตรง.
นางเข้ารักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ 8 ในวัน 8 ค่ำ 14 ค่ำ 15 ค่ำ และในปาฏิหาริยปักษ์ สำรวมระวังในศีลอยู่เสมอ.
นางเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม เว้นจากการกล่าวเท็จ และเว้นจากการดื่มน้ำเมาอันเป็นเหตุให้ประมาท ยินดีในสิกขาบท 5 โดยมั่นคง.
นอกจากทานและศีลแล้ว นางยังเป็นผู้ใคร่ฟังธรรม ได้ความสบายใจในการฟังธรรม เมื่อเจริญกัมมัฏฐานในอริยสัจ 4 ด้วยอุปนิสัยที่สั่งสมไว้ นางได้บรรลุโสดาปัตติผล.
กาลต่อมา โสณทินนาอุบาสิกาละจากมนุษยโลกแล้ว บังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานอันรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.
ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวไปในเทวโลก ได้เห็นเทพธิดานั้นมีวรรณะงาม ส่องสว่างเหมือนดาวประกายพรึก จึงถามว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ นางได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองเช่นนี้.
เทพธิดานั้นดีใจที่พระเถระถาม จึงบอกกรรมของตนว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ชนชาวเมืองนาลันทารู้จักนางว่าโสณทินนา นางเป็นอุบาสิกาผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธาและศีล ยินดีในการให้ทานและการแบ่งปัน.
นางกราบเรียนต่อไปว่า นางได้ถวายผ้านุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะ เครื่องประทีป และสิ่งอุปกรณ์แก่พระอริยสาวกผู้ปฏิบัติตรง ได้รักษาอุโบสถศีล สำรวมในศีล 5 และเป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้มีพระจักษุและพระเกียรติยศ.
เพราะกุศลนั้น วรรณะของนางจึงงาม ผลอันน่าปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอ โภคะทั้งหลายอันน่ารักจึงเกิดขึ้น และรัศมีกายจึงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.
โสณทินนาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาโสณทินนาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ