31

อานิสงส์แห่งการฟังธรรมจนบรรลุโสดาปัตติผล

ในบ้านคยา มีพราหมณ์ผู้หนึ่งอาศัยอยู่พร้อมครอบครัว นางรัชชุมาลาเป็นหญิงรับใช้อยู่ในเรือนของพราหมณ์นั้น.

นางถูกนายหญิงด่าว่า เฆี่ยนตี และขู่เข็ญอยู่เสมอ บางครั้งนายหญิงจับผมของนางดึงไปมา นางจึงโกนผมเสียหมด เพื่อมิให้ถูกจับผมทำร้ายอีก.

แต่นายหญิงกลับผูกเชือกไว้รอบศีรษะของนาง แล้วใช้เชือกนั้นดึงรั้งและลงโทษ ตั้งแต่นั้นมา คนทั้งหลายจึงเรียกนางว่า รัชชุมาลา.

นางอดทนต่อความทุกข์นั้นมาเป็นเวลานาน วันหนึ่ง เมื่อถูกด่าว่าและตีอย่างหนัก นางเกิดความเศร้าเสียใจจนไม่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป.

นางถือหม้อน้ำออกจากเรือน ทำทีเหมือนจะไปตักน้ำ ครั้นเดินไปถึงทางเข้าป่า ก็วางหม้อน้ำไว้ข้างทาง แล้วเข้าไปในป่าเพียงลำพัง.

ในเวลาใกล้รุ่งวันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกจากพระมหากรุณาสมาบัติ ทรงตรวจดูสัตวโลก ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติผลของนางรัชชุมาลา และทรงเห็นว่านางพราหมณีผู้เป็นนายจักตั้งอยู่ในสรณะและศีล.

พระองค์จึงเสด็จเข้าไปในป่า ประทับนั่ง ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง.

เมื่อนางรัชชุมาลาเข้าไปในป่า นางได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งสงบอยู่ใต้ต้นไม้ พระองค์ทรงปราศจากภัย มีพระอินทรีย์สงบ และทรงรุ่งเรืองด้วยพระพุทธสิริ.

นางเกิดความสังเวชและอัศจรรย์ใจ คิดว่า ผู้ที่ประทับอยู่ในป่านี้เป็นมนุษย์หรือเทวดาหนอ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูจิตของนาง แล้วตรัสเรียกด้วยพระดำรัสอันอ่อนโยนว่า รัชชุมาลา.

เมื่อได้ยินพระศาสดาตรัสเรียกชื่อตน นางเกิดความเลื่อมใส เข้าไปถวายบังคม แล้วนั่งอยู่ ณ ที่สมควร.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่นางตามอัธยาศัย ความเศร้าโศกและความคับแค้นที่เคยครอบงำจิตค่อย ๆ สงบลง นางเห็นธรรมตามความเป็นจริง และได้บรรลุโสดาปัตติผล.

นางละความคิดที่จะทำร้ายตนเอง แล้วกลับไปยังเรือนด้วยจิตที่เปลี่ยนไป.

เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นทราบถึงพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าของเรือน เขาเกิดความยินดี บอกให้นางพ้นจากงานรับใช้ แล้วรีบไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า.

พระศาสดาทรงแสดงกรรมที่นางรัชชุมาลาและนางพราหมณีได้กระทำไว้ในชาติก่อน แล้วทรงแสดงธรรมตามสมควรแก่บริษัทที่ประชุมกันอยู่.

นางพราหมณีและมหาชนที่ได้ฟังธรรม ต่างตั้งอยู่ในพระรัตนตรัยเป็นสรณะและสมาทานศีล.

พราหมณ์ตั้งนางรัชชุมาลาไว้ในฐานะบุตรสาว ส่วนหญิงผู้เคยเป็นนายก็ปฏิบัติต่อนางด้วยความรักและความเอ็นดูตลอดชีวิต.

กาลต่อมา นางรัชชุมาลาละจากมนุษยโลก แล้วบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวรรณะงามและมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.

ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวไปในเทวโลก ได้เห็นเทพธิดานั้นมีอานุภาพรุ่งเรือง จึงถามว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ นางได้ทำบุญอะไรไว้ ผลจึงสำเร็จเช่นนี้.

เทพธิดาตอบว่า เมื่อชาติก่อน นางเป็นหญิงรับใช้ของพราหมณ์อยู่ในบ้านคยา ถูกเจ้านายด่าว่า เฆี่ยนตี และขู่เข็ญอย่างหนัก จนคิดจะสละชีวิต.

แต่ในป่านั้น นางได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลส ประทับนั่งอยู่ ณ โคนไม้ พระองค์ตรัสเรียกนางด้วยพระดำรัสอันอ่อนหวาน แล้วทรงแสดงธรรมให้นางฟัง.

นางมีจิตเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ตั้งมั่นอยู่ในศีล และได้บรรลุโสดาปัตติผล.

เพราะกุศลนั้น นางจึงมีวรรณะงาม มีทิพยสมบัติอันน่ารื่นรมย์ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.

ที่มา:
รัชชุมาลาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถารัชชุมาลาวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ