34

อานิสงส์แห่งการถวายยารักษาโรคแด่พระพุทธเจ้า

ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งเรียนจบไตรเพทแล้วเห็นโทษของชีวิตครองเรือน จึงออกบวชเป็นดาบส อาศัยอยู่ใกล้ภูเขาโสภิตะ พร้อมด้วยหมู่ศิษย์.

ดาบสนั้นบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า รู้จักพืชและยาชนิดต่าง ๆ ที่ใช้รักษาโรค และดำรงชีวิตด้วยความสงบ.

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าอโนมทัสสีทรงประชวรด้วยโรคลม ดาบสได้เข้าเฝ้า สังเกตพระอาการแล้วทราบว่าพระองค์ทรงประชวรด้วยโรคใด.

เขาจึงเที่ยวเก็บยาจากป่า นำมาประกอบให้เหมาะแก่พระโรค แล้วน้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส.

เมื่อพระองค์เสวยยานั้นแล้ว พระอาการประชวรก็สงบลง ดาบสเห็นพระศาสดาทรงหายจากพระโรค จึงเกิดปีติและยินดีในกุศลที่ตนได้กระทำ.

เขาตั้งความปรารถนาว่า ด้วยผลแห่งการถวายยานี้ ขอให้ในภพที่เวียนว่ายต่อไป ตนเป็นผู้มีโรคน้อย มีสุขภาพแข็งแรง และมีโอกาสบรรลุธรรมในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต.

นับแต่นั้น เขาสั่งสมกุศลต่อมาอีกยาวนาน ท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก ไม่รู้จักทุคติ เพราะผลแห่งบุญที่ได้กระทำไว้.

ในสมัยพระพุทธเจ้าของพวกเรา เขามาเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งกรุงโกสัมพี เป็นบุตรที่มารดาบิดารักและทะนุถนอมอย่างยิ่ง.

เมื่อยังเป็นทารก พี่เลี้ยงพาเขาไปอาบน้ำที่แม่น้ำยมุนา เด็กพลัดหลุดจากมือและตกลงไปในแม่น้ำ ปลาตัวใหญ่เห็นเข้าจึงฮุบกลืนลงไป.

ต่อมา ปลาตัวนั้นติดอวนของชาวประมง และถูกนำไปขายในกรุงพาราณสี ภรรยาเศรษฐีคนหนึ่งซื้อปลาไว้ เมื่อตัดท้องปลาออก กลับพบทารกยังมีชีวิตอยู่ภายใน.

เศรษฐีและภรรยาไม่มีบุตร เมื่อได้เห็นเด็กมีชีวิตรอดอย่างอัศจรรย์ จึงเกิดความรักและตั้งใจจะเลี้ยงดูเสมือนบุตรของตน.

ข่าวเรื่องเด็กที่พบในท้องปลาแพร่ไปถึงกรุงโกสัมพี มารดาบิดาเดิมจึงเดินทางมายังกรุงพาราณสี และจำได้ว่าเด็กนั้นคือบุตรของตน.

ทั้งสองครอบครัวต่างรักเด็กและไม่ยอมสละสิทธิ์แก่กัน เรื่องจึงไปถึงพระราชา พระองค์ทรงวินิจฉัยว่า ครอบครัวหนึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด ส่วนอีกครอบครัวหนึ่งเป็นผู้ช่วยชีวิตและเลี้ยงดู จึงให้ทั้งสองตระกูลมีส่วนเป็นมารดาบิดาของเด็ก.

นับแต่นั้น เด็กจึงได้รับการเลี้ยงดูจากสองตระกูล และมีชื่อว่า พากุลกุมาร เพราะเจริญเติบโตขึ้นในสกุลทั้งสอง.

สองครอบครัวผลัดกันดูแลพากุลกุมารด้วยความรัก เขาได้รับทั้งทรัพย์สมบัติและการอุปถัมภ์อย่างบริบูรณ์ เติบโตเป็นผู้มีกำลังกายแข็งแรง และแทบไม่รู้จักความเจ็บป่วย.

พากุลกุมารครองชีวิตอยู่ในเรือนจนมีอายุ ๘๐ ปี เมื่อได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าและฟังธรรม จึงเกิดศรัทธา เห็นว่าชีวิตฆราวาสแม้สมบูรณ์ด้วยทรัพย์ก็ไม่อาจพ้นจากความเกิด แก่ และตาย.

เขาขอออกบวชในพระธรรมวินัย ตั้งใจศึกษาและปฏิบัติอย่างไม่ประมาท ไม่นานก็ทำอาสวะทั้งหลายให้สิ้นไป บรรลุพระอรหัตผล.

ตลอดชีวิตในเพศบรรพชิต พระพากุลเถระเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีร่างกายแข็งแรง และปฏิบัติสมณธรรมได้โดยไม่ถูกรบกวนด้วยโรคภัย.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสถาปนาพระพากุลเถระไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นเลิศกว่าภิกษุสาวกทั้งหลายผู้มีอาพาธน้อย.

พระพากุลเถระดำรงชีวิตอยู่ถึง ๑๖๐ ปี ครองเรือน ๘๐ ปี และอยู่ในเพศบรรพชิตอีก ๘๐ ปี ก่อนปรินิพพานด้วยความสงบ.

ผลแห่งการถวายยาในอดีตกาลมิได้สูญหาย ดาบสผู้เคยใช้ความรู้ของตนบรรเทาพระอาการประชวรของพระพุทธเจ้า ได้รับผลเป็นความมีโรคน้อย อายุยืน มีโอกาสปฏิบัติธรรมอย่างเต็มกำลัง และบรรลุพระอรหัตผลในที่สุด.

ที่มา:
พักกุลเถราปทาน ขุททกนิกาย อปทาน พระไตรปิฎกเล่มที่ 32
อรรถกถาเอตทัคคบาลี เรื่องพระพากุลเถระ อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต
อรรถกถาพากุลเถรคาถา ขุททกนิกาย เถรคาถา