อานิสงส์แห่งการฟังธรรมและเจริญเมตตา
ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี มีอุบาสิกาคนหนึ่งต้องสูญเสียสามีผู้เป็นที่รัก นางเศร้าโศกอย่างหนัก เดินร้องไห้ไปยังป่าช้า และไม่อาจหักห้ามความอาลัยได้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติผลของนาง จึงเสด็จไปยังเรือนของอุบาสิกานั้น แล้วตรัสถามว่า เหตุใดเธอจึงเศร้าโศก.
อุบาสิกากราบทูลว่า สามีผู้เป็นที่รักของนางเสียชีวิตไป นางจึงไม่อาจระงับความทุกข์จากการพลัดพรากได้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์ให้นางคลายความโศก จึงตรัสเล่าเรื่องพระนางอุพพรีในอดีตกาล.
ในอดีตกาล ที่กปิลนคร แคว้นปัญจาละ มีพระราชาพระนามว่าพรหมทัต พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองโดยธรรม ไม่ลุแก่อคติ และทรงเอาพระทัยใส่ความเป็นอยู่ของประชาชน.
วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงปลอมพระองค์เป็นช่างหูก เสด็จออกจากพระนครตามลำพัง เพื่อทอดพระเนตรว่าประชาชนในแว่นแคว้นมีความเป็นอยู่อย่างไร.
เมื่อเสด็จไปตามหมู่บ้านและชนบท พระองค์ทรงเห็นว่าบ้านเมืองสงบ ไม่มีโจรผู้ร้าย ผู้คนอยู่กันอย่างปลอดภัย จึงทรงมีพระทัยยินดี.
ระหว่างทาง พระองค์เสด็จเข้าไปยังเรือนของหญิงหม้ายยากจนคนหนึ่ง และตรัสว่าพระองค์เป็นช่างหูกเที่ยวรับจ้างทอผ้า หากมีงานก็ขอให้จัดอาหารและค่าจ้างให้.
หญิงหม้ายตอบว่า นางไม่มีงานและไม่มีค่าจ้างจะให้ ขอให้ช่างหูกไปหางานจากผู้อื่น.
พระราชาประทับอยู่ที่เรือนนั้นสองสามวัน ทรงเห็นธิดาของหญิงหม้ายมีลักษณะของผู้มีบุญ จึงตรัสขอนางมาเป็นภรรยา โดยรับว่าจะดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวให้อย่างดี.
หญิงหม้ายยินยอม พระราชาจึงประทับอยู่กับหญิงสาวนั้นสองสามวัน ก่อนพระราชทานทรัพย์หนึ่งพันกหาปณะ แล้วเสด็จกลับพระนคร.
ต่อมา พระองค์รับสั่งให้ปรับหนทางระหว่างพระนครกับหมู่บ้านนั้นให้ราบเรียบและประดับอย่างงดงาม แล้วเสด็จกลับมาพร้อมด้วยราชบริพาร.
พระราชาทรงให้นางยืนอยู่บนกองกหาปณะ ให้อาบด้วยน้ำจากหม้อทองและหม้อเงิน พระราชทานนามว่า อุพพรี แล้วทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งอัครมเหสี.
พระองค์พระราชทานหมู่บ้านนั้นแก่ญาติของนาง แล้วทรงนำพระนางอุพพรีเข้าสู่พระนคร พระราชากับพระมเหสีทรงครองชีวิตอยู่ร่วมกันด้วยความรักตลอดพระชนมชีพ.
เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสด็จสวรรคต พระนางอุพพรีมีพระทัยแตกสลาย หลังถวายพระเพลิงพระศพแล้ว พระนางเสด็จไปยังป่าช้า นำของหอมและดอกไม้ไปบูชา แล้วทรงกรรแสงเรียกพระนามว่า พรหมทัต พรหมทัต.
ในเวลานั้น มีดาบสผู้สำรวมและสมบูรณ์ด้วยจรณะเดินทางมาถึง ดาบสถามผู้คนที่มาชุมนุมกันว่า สถานที่ถวายพระเพลิงนี้เป็นของใคร และหญิงผู้ร้องไห้อยู่นั้นเป็นภรรยาของผู้ใด.
คนทั้งหลายตอบว่า เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระเจ้าพรหมทัต ส่วนหญิงผู้กำลังทรงกรรแสงคือพระนางอุพพรี พระอัครมเหสีของพระองค์.
ดาบสจึงทูลถามพระนางว่า พระราชาผู้มีพระนามว่าพรหมทัตถึง ๘๖,๐๐๐ พระองค์ เคยถูกถวายพระเพลิงในป่าช้าแห่งนี้ พระนางกำลังทรงกรรแสงถึงพระเจ้าพรหมทัตพระองค์ใด.
พระนางอุพพรีตรัสตอบว่า พระนางกำลังเศร้าโศกถึงพระราชโอรสของพระเจ้าจูฬนี ผู้ครองแคว้นปัญจาละ และเป็นพระสวามีผู้ประทานสิ่งอันน่าปรารถนาทุกอย่างแก่นาง.
ดาบสทูลว่า พระเจ้าพรหมทัตทั้ง ๘๖,๐๐๐ พระองค์นั้น ล้วนเคยเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าจูฬนี เคยครองแคว้นปัญจาละ และพระนางก็เคยเป็นพระมเหสีของพระราชาเหล่านั้นทุกพระองค์ตามลำดับ.
ดาบสถามว่า เหตุใดพระนางจึงละพระราชาพระองค์ก่อน ๆ ทั้งหมด แล้วมาเศร้าโศกถึงพระราชาพระองค์ล่าสุดเพียงพระองค์เดียว.
พระนางอุพพรีทรงแปลกพระทัย จึงถามว่า ตลอดกาลอันยาวนาน พระนางเกิดเป็นหญิงอยู่เสมอหรือ ไม่เคยเกิดเป็นบุรุษหรือสัตว์ชนิดอื่นเลยหรือ.
ดาบสตอบว่า บางคราวพระนางเกิดเป็นหญิง บางคราวเกิดเป็นชาย บางคราวเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน การเวียนว่ายเปลี่ยนอัตภาพมีมายาวนานจนไม่อาจมองเห็นที่สุดได้.
เมื่อได้ฟังดังนั้น พระนางอุพพรีจึงเห็นว่า ความผูกพันและการพลัดพรากมิได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังสารวัฏอันยาวนาน.
ความเร่าร้อนในพระทัยของพระนางค่อย ๆ สงบลง พระนางตรัสว่า ดาบสได้ช่วยดับความกระวนกระวาย เหมือนนำน้ำมาราดดับไฟ และได้ถอนลูกศรคือความโศกที่เสียบอยู่ในพระหทัยออกแล้ว.
พระนางตรัสว่า เมื่อได้ฟังคำของดาบสแล้ว พระนางมีพระทัยเย็นสงบ ไม่เศร้าโศกและไม่ทรงกรรแสงอีก.
พระนางอุพพรีจึงสละราชสมบัติ ถือบาตรและจีวรออกบวชเป็นบรรพชิต แล้วเจริญเมตตาจิตอย่างสม่ำเสมอ.
พระนางเที่ยวจาริกจากบ้านหนึ่งไปสู่อีกบ้านหนึ่ง ผ่านนิคมและราชธานีทั้งหลาย จนถึงกาลสิ้นชีวิตที่บ้านอุรุเวลา.
ด้วยผลแห่งเมตตาภาวนาที่เจริญไว้ พระนางอุพพรีจึงเข้าถึงพรหมโลก.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้แก่อุบาสิกาผู้กำลังเศร้าโศกถึงสามี เพื่อให้นางเห็นความจริงของการเวียนว่ายและการพลัดพราก.
เมื่อพระศาสดาทรงแสดงอริยสัจตามลำดับ อุบาสิกานั้นคลายความโศก และได้บรรลุโสดาปัตติผล.
อุพพรีเปตวัตถุ ขุททกนิกาย เปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาอุพพรีเปตวัตถุ ขุททกนิกาย เปตวัตถุ