45

อานิสงส์แห่งการสร้างสะพานถวายพระสงฆ์

ในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ แม่น้ำภาคีรถีไหลมาจากภูเขาหิมพานต์ ผ่านประตูกรุงหงสวดี ใกล้ฝั่งแม่น้ำนั้นมีอารามชื่อโสภิตะ ซึ่งมหาชนสร้างไว้อย่างงดงาม พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระประทับอยู่ ณ อารามแห่งนั้น พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เป็นอันมาก.

ในกรุงหงสวดีมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อฉฬังคะ เป็นอาจารย์ใหญ่ มีศิษย์แวดล้อมถึง ๑,๘๐๐ คน วันหนึ่งเขาพาศิษย์ไปยังฝั่งแม่น้ำ และได้เห็นภิกษุหลายรูปกำลังข้ามแม่น้ำภาคีรถี.

แม่น้ำกว้างและมีกระแสน้ำ การข้ามไปมาในเวลาเช้าและเย็นทำให้ภิกษุทั้งหลายต้องลำบาก บางรูปต้องลุยน้ำ บางรูปต้องรอเรือหรือหาทางข้าม ฉฬังคพราหมณ์เห็นแล้วเกิดความเลื่อมใสและคิดว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก แต่เขายังไม่มีสิ่งใดเป็นทักษิณาสำหรับถวายให้เกิดประโยชน์แก่พระองค์และพระสงฆ์.

เขาจึงคิดว่า หากสร้างสะพานข้ามแม่น้ำถวาย ภิกษุทั้งหลายจะเดินทางได้สะดวก ไม่ต้องทำตนให้ลำบากทุกเช้าเย็น และการสร้างทางให้ผู้อื่นข้ามอุปสรรคนี้ ย่อมเป็นกุศลช่วยให้ตนข้ามพ้นวัฏสงสารในภายหน้า.

เมื่อตั้งใจดังนั้น ฉฬังคพราหมณ์จึงสละทรัพย์ครั้งละ ๑๐๐ บ้าง ๑,๐๐๐ บ้าง จัดหาช่างและวัสดุ ให้สร้างสะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำภาคีรถี เขามิได้ทำเพียงลำพัง แต่ชักชวนและควบคุมการงานจนสะพานสำเร็จแข็งแรง ใช้เป็นทางสัญจรได้จริง.

เมื่อสะพานเสร็จแล้ว เขาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ประนมมือเหนือศีรษะ กราบทูลว่า ตนได้สละทรัพย์สร้างสะพานใหญ่ขึ้นเพื่อประโยชน์แก่พระองค์และพระสงฆ์ ขอพระองค์ทรงรับสะพานนั้น.

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระทรงรับสะพาน แล้วประทับท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงพยากรณ์ผลแห่งกุศลของฉฬังคพราหมณ์ว่า เพราะเขามีจิตเลื่อมใสสร้างสะพานถวาย แม้เมื่อประสบเหตุพลัดตกจากเหว ภูเขา หรือต้นไม้ ก็จักได้ที่ตั้งมั่นและที่พึ่ง.

ศัตรูจะข่มเขาได้ยาก เปรียบเหมือนลมไม่อาจถอนต้นไทรที่มีรากและย่านหยั่งลึก พวกโจรจะข่มเหงไม่ได้ กษัตริย์จะไม่ดูหมิ่น และเขาจักผ่านพ้นศัตรูทั้งปวงไปได้.

แม้อยู่กลางแจ้งและถูกแดดกล้าแผดเผา ความทุกข์กายก็จะไม่ครอบงำเขา เมื่อเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ยานพาหนะที่ตกแต่งอย่างดีจะเกิดขึ้นตามความต้องการ มีช้างและม้าสินธพกำลังเร็วคอยรับใช้ ผลเหล่านี้เกิดจากการสร้างทางให้ผู้อื่นเดินทางโดยสะดวก.

พระพุทธองค์ยังทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตอันยาวไกล เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมเสด็จอุบัติขึ้นในโลก เขาจักได้เป็นสาวก เป็นธรรมทายาทของพระศาสดา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง บรรลุพระอรหัต และดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน.

กาลเวลาผ่านไป ฉฬังคพราหมณ์เวียนเกิดในเทวโลกและมนุษยโลก เสวยผลแห่งบุญนั้นโดยไม่ตกไปในทางเสื่อม ครั้นถึงสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม เขาเกิดเป็นโธตกมาณพ ต่อมาได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ ปฏิบัติตามพระศาสนา และบรรลุพระอรหัต เป็นพระโธตกเถระ.

พระโธตกเถระระลึกถึงกุศลในอดีตแล้วกล่าวด้วยความปลื้มใจว่า กรรมที่ทำไว้ในพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระเป็นกรรมที่ทำไว้ดีแล้ว เพราะกุศลนั้นเป็นอุปนิสัยให้ได้พบพระพุทธศาสนา บรรลุวิชชา ๓ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ จนทำคำสอนของพระพุทธเจ้าให้สำเร็จ.

สะพานที่ฉฬังคพราหมณ์สร้าง มิได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างข้ามแม่น้ำ แต่เป็นการมองเห็นความลำบากของผู้อื่นแล้วลงมือแก้ไขด้วยทรัพย์ กำลัง และความตั้งใจ เมื่อเขาสร้างทางให้พระสงฆ์ข้ามน้ำ ผลแห่งกุศลนั้นก็กลายเป็นทางให้ตนข้ามพ้นภัย ข้ามพ้นทุคติ และในที่สุดข้ามพ้นวัฏสงสาร.

ที่มา:
โธตกเถราปทานและอรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน พระไตรปิฎกเล่มที่ 32
โธตกมาณวกปัญหา ขุททกนิกาย สุตตนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ 25