อานิสงส์แห่งการจัดเรือนำพระพุทธเจ้าข้ามฟาก
ในอดีตกาล สมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ชายผู้ที่จะมาเป็นพระขทิรวนิยเรวตเถระเกิดในตระกูลนายท่าเรือแห่งกรุงหงสวดี ทำหน้าที่รับส่งผู้คนข้ามแม่น้ำภาคีรถี ณ ท่าน้ำปยาคะ
แม่น้ำภาคีรถีไหลมาจากภูเขาหิมพานต์ มีกระแสน้ำกว้างใหญ่ ส่วนท่าน้ำที่เขาประจำอยู่มีพื้นขรุขระ ผู้คนซึ่งจะเดินทางจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งต้องอาศัยเรือของเขา
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ พร้อมด้วยพระขีณาสพหนึ่งแสนรูป เสด็จมาถึงท่าน้ำเพื่อข้ามไปยังอีกฟาก นายท่าเรือเห็นพระศาสดาและพระสงฆ์หมู่ใหญ่แล้วเกิดความเลื่อมใส จึงตั้งใจจัดเรือรับเสด็จให้เรียบร้อย
เขานำเรือหลายลำมาจอดเรียงและผูกเข้าด้วยกันเป็นเรือขนาน ให้ช่างทำประทุนตกแต่งไว้อย่างดี แล้วกราบทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์เสด็จลงเรือ
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระเสด็จขึ้นประทับ พร้อมด้วยพระอรหันต์หนึ่งแสนรูป นายท่าเรือคอยควบคุมเรือด้วยตนเอง พาพระศาสดาและพระสงฆ์ข้ามกระแสน้ำไปยังอีกฝั่งโดยสวัสดี
เมื่อเรือขนานแล่นอยู่กลางแม่น้ำ พระพุทธองค์ตรัสพยากรณ์ผลแห่งกุศลของนายท่าเรือว่า ด้วยจิตเลื่อมใสที่ได้ส่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผู้สิ้นอาสวะข้ามฟาก เขาจักได้รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก
วิมานซึ่งเกิดจากบุญกรรมจักมีสัณฐานดุจเรือ ตกแต่งไว้อย่างงดงาม และมีหลังคาดอกไม้กั้นอยู่ในอากาศเหนือวิมานนั้นเสมอ
พระพุทธองค์ยังตรัสว่า ในกัปที่ ๕๘ เขาจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าตารณะ ครอบครองแผ่นดินมีมหาสมุทรเป็นขอบเขต และในกัปที่ ๕๗ จักได้เป็นกษัตริย์พระนามว่าจัมพกะ มีพระกำลังมากและรุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์ยามอุทัย
หลังจากส่งเสด็จถึงฝั่ง นายท่าเรือได้จัดมหาทานถวายพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ เขาเห็นภิกษุรูปหนึ่งซึ่งพระศาสดาทรงยกย่องว่าเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ป่าเป็นวัตร จึงตั้งความปรารถนาว่า ในอนาคตกาลขอให้ตนได้ตำแหน่งเช่นนั้นบ้าง พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระทรงพยากรณ์ว่า ความปรารถนาของเขาจักสำเร็จ
นับแต่นั้น เขาท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก เสวยผลแห่งบุญที่ได้ทำไว้ จนถึงสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จึงมาเกิดในครรภ์ของนางรูปสารี ณ บ้านนาลกะ แคว้นมคธ เป็นน้องชายของพระสารีบุตร และมีชื่อว่าเรวตะ
เมื่อเติบโตขึ้น ญาติทั้งหลายประสงค์ให้เรวตะครองเรือน แต่เมื่อทราบว่าพระสารีบุตรผู้เป็นพี่ชายได้สละทรัพย์สมบัติออกบวชแล้ว เรวตะก็ไม่ปรารถนาจะอยู่ครองเรือน จึงหลีกจากหมู่ญาติไปหาภิกษุทั้งหลาย และขอบรรพชาในพระพุทธศาสนา
เมื่อมีอายุครบ ๒๐ ปี ท่านได้อุปสมบท เรียนกรรมฐานแล้วเข้าไปอยู่ในป่าไม้ตะเคียน ตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่ตามลำพัง ไม่นานก็บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยอภิญญา ๖
ภายหลังพระเรวตะเดินทางมายังพระเชตวัน เพื่อเฝ้าพระพุทธเจ้าและพบพระสารีบุตร พระศาสดาทรงประกาศท่ามกลางหมู่พระอริยสาวกว่า พระเรวตะเป็นเลิศกว่าภิกษุสาวกทั้งหลายผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ตรงตามความปรารถนาที่เคยตั้งไว้ต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
พระขทิรวนิยเรวตเถระระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้วกล่าวว่า กรรมที่ทำไว้เมื่อหนึ่งแสนกัปก่อน ได้แสดงผลในอัตภาพสุดท้าย ท่านเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ทำปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ให้แจ้ง และทำคำสอนของพระพุทธเจ้าให้สำเร็จแล้ว
ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน ขุททกนิกาย อปทาน พระไตรปิฎกเล่มที่ 32
อรรถกถาขทิรวนิยเรวตเถราปทาน
อรรถกถาขทิรวนิยเรวตเถรคาถา