อานิสงส์แห่งทานแปดประการของนางวิสาขา
ครั้งหนึ่ง นางวิสาขามิคารมาตากราบทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์ไปรับภัตตาหารที่เรือนของนางในวันรุ่งขึ้น
วันนั้นฝนตกหนักจนน้ำท่วมกรุงสาวัตถี ภิกษุทั้งหลายพากันเปลื้องผ้าอาบน้ำฝน หญิงรับใช้ของนางวิสาขาไปถึงพระเชตวัน เห็นเข้าก็เข้าใจผิดว่าในอารามไม่มีพระภิกษุ มีแต่นักบวชเปลือยกาย จึงกลับมารายงาน นางวิสาขารู้ทันทีว่าภิกษุทั้งหลายคงกำลังอาบน้ำฝน จึงให้กลับไปแจ้งว่าภัตตาหารพร้อมแล้ว
เวลานั้นน้ำตามถนนสูงเพียงเข่าบ้าง เพียงเอวบ้าง พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์เสด็จหายจากพระเชตวัน แล้วมาปรากฏที่ซุ้มประตูเรือนนางวิสาขา แต่น้ำมิได้เปียกเท้าหรือจีวรของภิกษุแม้รูปเดียว
นางวิสาขาเห็นดังนั้นก็อัศจรรย์ใจและมีความเลื่อมใสยิ่งขึ้น นางถวายภัตตาหารอันประณีตแก่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ด้วยมือตนเองจนเสร็จภัตกิจ แล้วกราบทูลขอพร 8 ประการ
พระพุทธองค์ตรัสว่า “ตถาคตเลิกให้พรเสียแล้ว วิสาขา”
นางกราบทูลว่า พรที่นางขอนั้นสมควรและไม่มีโทษ พระพุทธเจ้าจึงตรัสให้นางบอกความประสงค์
นางวิสาขาขอถวายทานแก่พระสงฆ์ตลอดชีวิต 8 ประการ ได้แก่ ผ้าอาบน้ำฝน อาหารสำหรับภิกษุผู้เดินทางมาถึง อาหารสำหรับภิกษุผู้เตรียมเดินทาง อาหารสำหรับภิกษุอาพาธ อาหารสำหรับภิกษุผู้พยาบาลภิกษุอาพาธ ยารักษาโรค ข้าวยาคูเป็นประจำ และผ้าอาบน้ำสำหรับภิกษุณี
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า นางเห็นประโยชน์อะไรจึงขอพรเหล่านี้ นางวิสาขากราบทูลว่า จากเหตุที่หญิงรับใช้เห็นภิกษุเปลื้องผ้าอาบน้ำแล้วเข้าใจผิด นางเห็นว่าการเปลือยกายไม่งาม จึงประสงค์จะถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระสงฆ์
ภิกษุผู้เดินทางมาถึงกรุงสาวัตถียังไม่ชำนาญหนทางและไม่รู้จักสถานที่บิณฑบาต เมื่อต้องเที่ยวหาอาหารย่อมลำบาก หากได้รับอาหารก่อน เมื่อรู้จักทางแล้วก็จะเที่ยวบิณฑบาตได้สะดวก ส่วนภิกษุผู้เตรียมเดินทาง หากมัวแสวงหาอาหารอาจพลาดจากหมู่เกวียน หรือไปถึงที่หมายเมื่อพลบค่ำ นางจึงขอถวายอาหารแก่ภิกษุทั้งสองฝ่าย
ภิกษุอาพาธซึ่งไม่ได้อาหารหรือยาที่เหมาะแก่โรค อาจมีอาการกำเริบหรือถึงแก่มรณภาพ ส่วนภิกษุผู้พยาบาล หากต้องออกไปแสวงหาอาหารเพื่อตนเอง อาจนำอาหารกลับมาให้ผู้ป่วยล่าช้า ทั้งตนเองก็อาจอดอาหาร นางจึงขอถวายอาหารแก่ภิกษุอาพาธและผู้พยาบาล รวมทั้งยารักษาโรคด้วย
สำหรับข้าวยาคู นางเคยสดับว่าพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญอานิสงส์ไว้ 10 ประการ จึงปรารถนาจะจัดถวายแก่พระสงฆ์เป็นประจำ
นางยังกราบทูลว่า ภิกษุณีทั้งหลายต้องเปลื้องผ้าอาบน้ำในแม่น้ำอจิรวดี จนถูกกล่าวเยาะเย้ยให้อับอาย นางเห็นว่าการเปลื้องกายของสตรีไม่งาม จึงขอถวายผ้าอาบน้ำแก่ภิกษุณีสงฆ์ตลอดชีวิต
พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อไปว่า นางเห็นอานิสงส์อะไรจึงขอพรทั้ง 8 ประการ นางวิสาขากราบทูลว่า เมื่อสิ้นฤดูฝน ภิกษุจากถิ่นต่าง ๆ จะเดินทางมายังกรุงสาวัตถี และทูลถามถึงภิกษุผู้มรณภาพว่าไปเกิด ณ ที่ใด พระพุทธองค์จะทรงพยากรณ์ว่า ภิกษุนั้นบรรลุโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล หรืออรหัตตผล
นางจะสอบถามว่า ภิกษุรูปนั้นเคยมายังกรุงสาวัตถีหรือไม่ หากได้ทราบว่าเคยมา นางก็จะระลึกว่าท่านคงเคยใช้ผ้า ฉันอาหารหรือข้าวยาคู และรับยาที่นางถวายไว้ เมื่อระลึกถึงกุศลนั้น ความปลื้มใจย่อมเกิด เมื่อปลื้มใจย่อมเกิดปีติ กายย่อมสงบ เมื่อกายสงบย่อมเสวยสุข และเมื่อมีความสุข จิตย่อมตั้งมั่น เป็นเหตุให้นางได้อบรมอินทรีย์ พละ และโพชฌงค์ให้เจริญขึ้น
พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า นางวิสาขาเห็นอานิสงส์เช่นนี้จึงขอพรทั้ง 8 ประการ แล้วทรงอนุญาตพรทั้งหมดแก่นาง
จากนั้นพระพุทธองค์ทรงอนุโมทนาด้วยพระคาถา กล่าวถึงสตรีผู้ให้ข้าวและน้ำด้วยใจเบิกบาน มีศีล เป็นสาวิกาของพระสุคต ครอบงำความตระหนี่แล้วให้ทานอันเป็นเหตุแห่งสวรรค์ เป็นเครื่องบรรเทาความโศกและนำความสุขมาให้ สตรีผู้ประสงค์บุญเช่นนั้นย่อมได้กำลังและอายุทิพย์ มีความสุขและชื่นชมอยู่ในสวรรค์สิ้นกาลนาน
วิสาขาวัตถุ พระวินัยปิฎก มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ 5