อานิสงส์แห่งการถวายทานและขวนขวายในธรรม
ในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ พระธรรมทินนาเถรีเกิดในกรุงหงสวดี มิได้อยู่ในตระกูลมั่งคั่ง แต่เป็นหญิงซึ่งต้องอาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีวิตและทำงานรับใช้คนในเรือน
วันหนึ่ง พระสุชาตเถระ อัครสาวกของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ออกจากนิโรธสมาบัติแล้วเที่ยวบิณฑบาต นางพบพระเถระผู้สงบสำรวมก็เกิดความเลื่อมใส จึงถวายขนมที่ตนมีอยู่ แล้วนิมนต์ท่านมารับภัตตาหารที่เรือน
นางมิได้เป็นเจ้าของเรือน และไม่มีทรัพย์มากพอจะจัดมหาทานได้ตามใจ การจะถวายภัตตาหารจึงต้องอาศัยทั้งศรัทธาและความกล้าขวนขวาย เมื่อเจ้าของเรือนทราบสิ่งที่นางทำ แทนที่จะตำหนิกลับเกิดความยินดี เห็นความดีและศรัทธาของนาง จึงยกนางขึ้นจากฐานะหญิงรับใช้ให้เป็นสะใภ้ของตระกูล
ต่อมานางได้เข้าเฝ้าพระปทุมุตตรพุทธเจ้า และเห็นพระองค์ทรงแต่งตั้งภิกษุณีรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายผู้เป็นธรรมกถึก นางฟังแล้วเกิดความปรารถนาว่า ในอนาคตกาลขอให้ตนได้เป็นภิกษุณีผู้เลิศทางแสดงธรรมเช่นนั้นบ้าง
ความปรารถนานี้มิได้มีเพียงถ้อยคำ นางถวายมหาทานแด่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ แล้วตั้งความปรารถนาไว้ต่อพระพักตร์ พระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่า ความปรารถนาของนางจะสำเร็จ จึงทรงพยากรณ์ว่า ในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม นางจักได้เป็นภิกษุณีผู้เลิศทางแสดงธรรม
นับแต่นั้น นางบำเพ็ญกุศลตลอดชีวิต เวียนเกิดอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก สั่งสมบุญและอบรมเหตุแห่งปัญญาต่อมาเป็นเวลายาวนาน จนถึงพุทธกาลปัจจุบันจึงเกิดในตระกูลแห่งกรุงราชคฤห์ เมื่อเติบโตขึ้นได้แต่งงานกับวิสาขเศรษฐี และเป็นที่รู้จักในนามธรรมทินนา
วันหนึ่ง วิสาขเศรษฐีไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุอนาคามิผล เมื่อกลับถึงบ้าน เขามิได้จับมือธรรมทินนาซึ่งยืนรอรับอยู่ที่บันได และมิได้ใช้ชีวิตร่วมกับนางอย่างสามีภรรยาเช่นเดิม
ธรรมทินนาเห็นกิริยาที่เปลี่ยนไปจึงถามว่า ตนทำสิ่งใดผิดหรือไม่ วิสาขเศรษฐีตอบว่านางมิได้ทำผิด แต่ธรรมที่เขาได้บรรลุทำให้ไม่อาจกลับไปดำเนินชีวิตครองเรือนดังเดิมได้อีก พร้อมทั้งมอบทรัพย์ทั้งหมดให้นางเลือกว่าจะอยู่ในเรือนต่อไปหรือกลับไปอยู่กับญาติ
ธรรมทินนามิได้เลือกทรัพย์ นางถามว่า สตรีสามารถออกบวชในพระศาสนาได้หรือไม่ เมื่อทราบว่าสามารถบวชได้ จึงขอให้วิสาขเศรษฐีส่งนางไปยังสำนักภิกษุณี เขาจัดยานพาหนะส่งนางไปด้วยความเคารพ และนางได้บรรพชาอุปสมบทตามความปรารถนา
ครั้นบวชแล้ว พระธรรมทินนาเห็นว่าการอยู่ในเมืองมีผู้คนไปมาหาสู่มาก ไม่สะดวกแก่การบำเพ็ญสมณธรรม จึงไปอยู่ในชนบท ตั้งใจเจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ความปรารถนาที่ตั้งไว้แต่อดีตกาลสำเร็จบริบูรณ์
เมื่อกิจของตนเสร็จแล้ว พระธรรมทินนาเดินทางกลับกรุงราชคฤห์ วิสาขอุบาสกได้ข่าวจึงไปหาและถามปัญหาธรรม ตั้งแต่เรื่องสักกายะ เหตุเกิดและความดับแห่งสักกายะ อริยมรรคมีองค์ 8 สมาธิ สังขาร นิโรธสมาบัติ เวทนา ตลอดจนสิ่งที่เป็นส่วนตรงข้ามและสิ่งที่สืบเนื่องกัน
พระธรรมทินนาตอบได้อย่างแจ่มแจ้งทุกข้อ ครั้นคำถามล่วงเลยไปถึงเรื่องที่อยู่เหนือขอบเขตของคำตอบ ท่านจึงกล่าวว่า วิสาขะถามปัญหาเกินไปเสียแล้ว เพราะพรหมจรรย์มีพระนิพพานเป็นที่หยั่งลง มีพระนิพพานเป็นที่สุด และแนะนำให้เขาไปทูลถามพระพุทธเจ้าโดยตรง
วิสาขอุบาสกนำคำสนทนาทั้งหมดไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า พระธรรมทินนาเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก หากวิสาขะทูลถามพระองค์ด้วยคำถามเหล่านั้น พระองค์ก็จะทรงตอบเช่นเดียวกับที่พระธรรมทินนาตอบ คำตอบของนางจึงเป็นคำตอบที่ควรทรงจำไว้ตามนั้น
ภายหลังพระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระธรรมทินนาเถรีว่าเป็นเลิศกว่าภิกษุณีสาวิกาทั้งหลายผู้เป็นธรรมกถึก สมดังความปรารถนาที่นางตั้งไว้ต่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเมื่อหนึ่งแสนกัปก่อน
เส้นทางของพระธรรมทินนาเริ่มจากหญิงรับจ้างผู้มีของถวายเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ปล่อยให้ฐานะของตนขวางศรัทธา นางให้ทาน ขวนขวายรับใช้ ตั้งความปรารถนา และบำเพ็ญกุศลต่อเนื่อง มิได้หยุดอยู่เพียงความสุขหรือสมบัติในภพหน้า จนในที่สุดได้บรรลุพระอรหัตและเป็นผู้เลิศทางแสดงธรรมในพระศาสนา
ธรรมทินนาเถริยาปทาน ขุททกนิกาย อปทาน พระไตรปิฎกเล่มที่ 33
ประวัติพระธรรมทินนาเถรี อรรถกถาอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี
จูฬเวทัลลสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่มที่ 12