![]() |
|
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ | |
|
|
ตถาคตัสส อุตตริกรณียาภาวปัญหา ที่ ๙ ราชา สมเด็จพระบรมกษัตริย์นรินทร์มิลินทราช มีพระราชโองการประภาษถาม ปัญหาต่อไปว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระนาคเสนผู้ปรีชา พระผู้เป็นเจ้าจงกล่าวให้วิตถาร ออกซึ่งคำสองประการนี้ คำหนึ่งว่า สมเด็จพระพิชิตมารมุนีกระทำซึ่งกิจทั้งปวงให้สำเร็จ แล้วที่ควงไม้พระมหาโพธิเป็นอันเสร็จสิ้น กิจที่ต้องทำหรือต้องอบรมยิ่งขึ้นไปไม่มีแก่พระองค์อีก คำหนึ่งว่า สมเด็จพระมุนีนาถเจ้า เมื่อได้ตรัสรู้แก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณแล้ว เข้าสู่ฌาน สิ้นไตรมาสสามเดือนดังนี้ โยมพิเคราะห์ดูเห็นว่า ถ้าพระสัพพัญญูกระทำกิจทั้งปวงให้สำเร็จแล้ว ที่ควงไม้มหาโพธิเป็นอันเสร็จสิ้น ไม่มีกิจที่จะต้องทำและต้องอบรมยิ่งขึ้นไปอีก คำที่ว่าพระองค์ เข้าฌานสิ้นไตรมาสสามเดือน ก็จะผิดเป็นมิจฉา ถ้าเชื่อว่าพระองค์เข้าฌานสิ้นไตรมาสสามเดือน คำที่ว่าพระองค์กระทำกิจนั้นปวงให้สำเร็จแล้วที่ควงไม้มหาโพธิเป็นอันเสร็จสิ้น ก็จะผิด คำทั้ง สองนั้นเป็นปฏิปักษ์แย้งกันอยู่ฉะนี้ ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระนาคเสนผู้ปรีชา เหมือนคนหนึ่ง ว่าคนที่พยาธิป่วยไข้ ก็จำเป็นมีความต้องการด้วยยาเพื่อรักษาโรคบำบัดให้หาย คลี่คลายไป คนที่ไม่ป่วยไข้จะต้องการอะไรด้วยหยูกยา อนึ่ง คนที่หิวจึงต้องการรับประทานโภชนะ ของเคี้ยว ของกัด คนที่ไหวหิวหาต้องการรับประทานโภชนาหารไม่ ยถา อันนี้อุปมาฉันใด เอวเมว โข ื-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๒๓๓.
สมเด็จพระบรมโลกนาถเจ้าก็มีอุปไมยฉันนั้น ถ้าพระองค์กระทำกิจให้เสร็จสิ้นแล้วที่ควงไม้ มหาโพธิจริง ทำไมพระองค์จึงต้องเข้าฌานอีกเล่า อยํ ปญฺโห ปริศนานี้เป็นอุภโตโกฏิ ตฺวา- นุปฺปตฺโต มาถึงพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ขอพระผู้เป็นเจ้าจงวิสัชนาให้โยมฟังในกาลบัดนี้ พระนาคเสนจึงถวายพระพรว่า มหาราช ดูรานะบพิตรผู้ประเสริฐ คำที่ว่าสมเด็จ พระโลกุตตมาจารย์กระทำกิจทั้งปวงให้เสร็จสิ้นที่ควงไม้พระมหาโพธิ พระองค์ไม่มีกิจที่ต้องทำ และต้องการอบรมอีกนั้นก็จริง คำที่ว่าพระสัพพัญญูเข้าฌานสิ้นไตรมาสสามเดือนนั้นก็จริง จะผิด หามิได้ ก็แต่ว่าอันลักษณะฌานนี้มีคุณยิ่งวิเศษนักหนา สพฺเพ ตถาคตา สมเด็จพระบรม- โลกนาถเจ้าแต่ก่อนทั้งหลายนั้น สพฺพญฺญูตํ ปตฺตา ครั้นได้สำเร็จพระสรรเพชญดาญาณ แล้ว พระองค์มาทรงระลึกถึงคุณแห่งฌานนั้นว่า มีอุปการเป็นอันมากนักหนา ก็เข้าที่ชมฌาน เกษมศานต์แสนสุข ทุกพระองค์สืบๆ กันมา มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรผู้มิ่งมงคล มหิศราธิบดี เหตุฉะนี้ สมเด็จพระชินสีห์สัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ สำเร็จที่ควงไม้พระศรีมหาโพธิปราศจากโทษทางอกุศล จึงเข้าชมฌานอยู่ถ้วนไตรมาสให้เหมือน กัน คำอันนี้ไม่ผิด จะเปรียบให้มหาบพิตรฟัง มหาราช ขอถวายพระพร เปรียบปานดุจบุรุษ ผู้หนึ่งได้รับพระราชทานพรอันอุดม ซึ่งสมเด็จบรมกษัตราธิราชประสาทให้ ได้ลาภสักการะ แต่สำนักบรมกษัตริย์นั้นแล้ว อนุสฺสรนฺโต บุรุษผู้นั้นก็ระลึกถึงพระเดชพระคุณที่ประทาน รางวัลแก่อาตมา อปราปรํ บุรุษผู้นั้นก็เข้ายังที่เฝ้านั้นเนืองๆ ไป พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ตรัส แก่พระสัพพัญญุตญาณแล้ว ก็ระลึกถึงคุณอุปการแห่งฌานทั้งหลายนั้น ปฏิสลฺลินํ เสวนฺติ พระองค์ก็ชมฌานอีกเล่าเหมือนบุรุษอันได้รับพระราชทานซึ่งรางวัลแต่สำนักบรมกษัตราธิบดี คิดแต่ที่ว่าจะกตเวทีแทนคุณนั้น ก็หมั่นเข้าไปเฝ้าสมเด็จบรมกษัตราธิราชไม่ขาดกัน อนึ่ง จงทรงพระสวนาการฟังอุปมาใหม่เล่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภารเจ้า เปรียบดุจบุรุษผู้หนึ่งเล่า อาตุโร ร้อนไปด้วยพยาธิโรคายายีไม่มีสุข ทุกฺขิโต เจ็บปวดนี้ เหลือกำลังนักหนา ภึสกํ อุปเสวิตฺวา คนที่เป็นโรคนั้นก็มารักษาอยู่ที่แพทย์ แพทย์ก็พยาบาล มาจนโรคค่อยคลายหายแล้ว บุรุษผู้นั้นก็อำลามาจากเคหาแพทย์นั้น เมื่อบุรุษผู้นั้นคิดถึงคุณ แพทย์ที่พยาบาล ก็มาสู่สถานแห่งแพทย์นั้นเนื่องๆ ยถา มีครุวนาฉันใด บพิตรพระราช- สมภาร สมเด็จพระศาสดาจารย์เจ้าทั้งหลาย สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต ได้สำเร็จแก่พระสัพพัญ- ญุตญาณแล้ว ระลึกถึงคุณูปการแห่งฌานจึงส้องเสพซึ่งฌานไป อฏฺฐสีสติ โข คุณานิ บพิตรพระราชสมภาร คุณแห่งฌานนี้มีถึง ๒๘ ประการ สมเด็จพระอนาวรณญาณเจ้าทั้งหลาย ที่ได้ตรัสมา พระองค์หักประหารผลาญกิเลส บรรลุแก่พระสรรเพชญดาญาณ แล้วทรงพระ อนุสรณาการเห็นพระคุณ ๒๘ ประการแห่งฌานนั้น เสวนฺติ พระองค์ก็เข้าฌานทรงเสวยสุข เกษมศานต์ อันว่าคุณ ๒๘ ประการนั้น กตมา เป็นดังฤๅเล่า มหาราช ขอถวายพระพร-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๒๓๔.
จงทรงพระสวนาการเถิด อาตมาจะวิสัชนาให้ฟัง อตฺตานํ รกฺขติ ดูกรบพิตร เป็นที่จะ อภิบาลรักษาอาตมานั้นประการ ๑ อายุ ํ เทติ ให้ซึ่งทีฑายุประการ ๑ พลํ เทติ จะให้มี กำลังประการ ๑ วชฺชํ ปิทหติ ปิดกั้นเสียซึ่งโทษประการ ๑ อยสํ วิโนเทติ จะบรรเทาเสีย มิให้เปล่าจากยศประการ ๑ ยสมุปเนติ จะนำมาซึ่งยศประการ ๑ อรตึ นาสยติ จะให้ ความไม่ยินดีฉิบหายไปประการ ๑ รตึ อุปฺปาเทติ จะให้ความยินดีเกิดขึ้นประการ ๑ ภยํ อปเนติ จะนำไปเสียซึ่งภัยประการ ๑ เวสารชฺชํ กโรติ จะกระทำให้แกล้วกล้าประการ ๑ โกสชฺชมปเนติ จะนำไปเสียซึ่งความเกียจคร้านประการ ๑ วิริยมภิสชฺชาเนติ จะให้เกิดความ เพียรประการ ๑ ราคมปเนติ จะนำเสียซึ่งราคะประการ ๑ โทสมปเนติ จะนำเสียซึ่งโทสะประการ ๑ โมหํ หเนติ กำจัดเสียซึ่งโมหะประการ ๑ มานํ หเนติ ฆ่าเสียซึ่งมานะประการ ๑ สวิตกฺกํ พชฺเชติ จะกำจัดเสียซึ่งโมหะประการ ๑ จิตฺเตกคฺคตํ กโรติ จะกระทำจิตเป็นเอกัคคตา ประการ ๑ จิตฺตํ เสฺนหยติ จะให้จิตรักในที่อันสงัดประการ ๑ หาสํ ชนยติ จะให้บังเกิดความ ชื่นชมประการ ๑ ปีตึ อุปฺปาทยติ จะให้บังเกิดความปรีดาประการ ๑ ครุกํ กโรติ จะกระทำซึ่ง เคารพประการ ๑ ลาภํ นิพฺพตฺติยติ จะให้บังเกิดลาภประการ ๑ มนปิยํ กโรติ จะกระทำให้ชอบ ใจประการ ๑ ขนตึ ปาเลติ จะให้รักษาไว้ซึ่งขันตีประการ ๑ สงฺขารานํ อาสวํ ธํเสติ จะกำจัด เสียซึ่งอาสวสังขารอันข้องอยู่ประการ ๑ ภาวปฏิสนฺธึ อุคฺฆาเฏติ จะมิให้บังเกิดต่อไปใน ภพประการ ๑ สนฺนํ สามญฺญํ เทติ จะให้ถึงซึ่งผลแห่งสรณะประการ ๑ สิริเป็นคุณ ๒๘ ประการด้วยกัน มหาราช ดูรานะบพิตรผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ตถาคโต สมเด็จพระทศพล ญาณระลึกถึงคุณ ๒๘ ประการแห่งฌานนั้นดังนี้แล้ว พระองค์จึงเข้าที่ชมฌาน บรมบพิตรจง เข้าพระทัยเถิด เถโร ครั้งนั้นพระผู้เป็นเจ้าพระนาคเสน เมื่อพระผู้เป็นเจ้าวิสัชนาแก้ไขใน คุณฌาน ๒๘ ประการจบลงแล้ว จึงถวายพระพรว่า มหาราช ดูรานะบพิตร พระราชสมภาร ตถาคต พระตถาคตทศพลญาณเจ้าทั้งหลายใดแต่กาลปางก่อน เสวนฺติ ย่อมส้องเสพชฌาน ด้วยเหตุ ๔ ประการ เหตุ ๔ ประการนั้นอย่างไร ขอถวายพระพร สมเด็จพระพุทธเจ้าแต่ปาง ก่อนนั้น ปฏิสลฺลินํ เสวนฺติ ส้องเสพชมฌาน วิหารผาสุกาย เพื่อจะให้เป็นสุขสบายประการ ๑ อนวชฺชคุณพหุลตาย ด้วยภาวะมากแห่งคุณหาโทษมิได้ประการ ๑ อวเสสอริยวุฑฺฒิตา เหตุ ภาวจะได้เจริญขึ้นแห่งพระอริยมรรคอันเหลือลงประการ ๑ สพฺพพุทฺธานํ ถุตึ วณฺณิตุ ํ ปสํสนฺโต เหตุภาวะเป็นที่สรรเสริญแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวงประการ ๑ สิริเป็นเหตุ ๔ ประการด้วยกัน นี่ แหละบพิตรพระราชสมภาร ใช่พระตถาคตทศพลญาณเจ้าทั้งหลาย จะขวนขวายชมฌานเพื่อ จะกระทำกิจอันยังไม่สำเร็จนั้นหามิได้ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถศาสดาจารย์เจ้าทั้งหลาย ขวนขวายชมฌานดังนี้ ด้วยเหตุที่พระองค์เห็นคุณเห็นประโยชน์ดังถวายพระพรมาฉะนี้-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๒๓๕.
ราชา สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดี ได้เสวนการฟังพระนาคเสนวิสัชนาดังนี้ ก็มิ ได้สงสัย มีพระทัยปราโมทย์ จงมีพระราชโองการตรัสว่าสธุสะ พระผู้เป็นเจ้าโปรดนี้ โยม ไม่มีวิมัติสงสัย สมฺปฏิจฺฉามิ โยมจะรับไว้ซึ่งถ้อยคำของพระผู้เป็นเจ้า ก็มีด้วยประการดังนี้ตถาคตัสส อุตตริกรณียาภาวปัญหา คำรบ ๙ จบเพียงนี้ เนื้อความมิลินทปัญหา หน้าที่ ๒๓๒ - ๒๓๕. http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=103&pagebreak=1 สารบัญมิลินทปัญหา http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=0#item_103
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
บันทึก ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]