ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก  หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วไม่แสดงหมายเลขหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
มิลินทปัญหา

หน้าที่ ๓๔๙.

คีหิอรหัตตปัญหา ที่ ๓
             สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ปิ่นกษัตริย์ขัตติยาธิราชผู้มีบุพพวาสนาจะได้สำเร็จแก่พระปวราม- ฤตยาธิคตธรรมอันประเสริฐคือจะได้พระนิพพานในปัจจุบัน จึงมีพระราชโองการถามปัญหา พระนาคเสนสืบไปเล่าว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าพระนาคเสนเถระผู้มั่นในอริยศีล สังวรวินัย ตุมฺเห ภณถ พระผู้เป็นเจ้ากล่าวไว้กับโยมแต่เดิมว่า ฆราวาสได้พระอรหัตนั้นมีคติ ๒ ประการ คือจะต้องบวชเสียในวันอันได้พระอรหัตนั้นประการ ๑ ข้อหนึ่งบุคคลเป็นฆราวาส ได้สำเร็จพระอรหัตแล้ว ไม่บวชเสียในวันนี้จะเข้าสู่พระนิพพานในวันที่ได้พระอรหันต์นั้ประการ ๑ เป็นคติสิริเป็น ๒ ประการแน่ ดังนี้หรือกระไร

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๓๕๐.

พระนาคเสนผู้ประกอบไปด้วยญาณปรีชา มีเถรวาจารับพระราชโองการว่า อาม มหา- ราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร เป็นความจริงดุจพระราชโองการตรัสมานั้น              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ผู้เป็นปิ่นสาคลราช มีพระราชโองการตรัสประภาษถามซักอีกเล่าว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถ้าฆราวาสได้พระอรหัตแล้วจะบวชในวันนั้น ก็หามีอุปัชฌาย์อาจารย์ที่ ท่านจะบวชให้ไม่ จะบวชเอาเองก็ดี จะคอยท่าหาอุปัชฌาย์อาจารย์ที่ท่านผู้มีฤทธิ์เหาะได้ ช้าไป จนวัน ๑ หรือ ๒ วันก็ดี จะได้หรือไม่ได้เล่า พระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนจึงถวายพระพรว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภารพระ องค์ผู้ประเสริฐ ซึ่งฆราวาสได้พระอรหัตในวันใด ต้องบวชในวันนั้น ในสำนักครูบาอาจารย์ โดยปรกติที่ว่าจะกระทำเหมือนพระโองการตรัสฉะนี้ จะได้บวชเอาเองก็ดี จะให้คอยเท่า อุปัชฌาย์อาจารย์ท่านผู้มีฤทธิ์อันจะเหาะมาบวชให้ก็ดี ช้าไปวัน ๑ หรือ ๒ วัน เช่นนี้ไม่ได้ ถ้าบวชเองก็เป็นไถยเพศ มิได้เรียกว่าบรรพชา ประการหนึ่ง ถึงจะคอยท่าพระอรหันต์อันมีฤทธิ์ รู้จักจิตว่าจะบรรพชาจึงจะเหาะมาบวชให้ก็ไม่ได้ ถ้าช้าไปจนวัน ๑ หรือ ๒ วัน เกินกำหนดไป ก็คงจะเข้าสู่นิพพานในวันนั้น ขอถวายพระพร              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ผู้เป็นปิ่นประชากรมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต นาคเสน ข้า แต่พระนาคเสนผู้ปรีชาญาณอันประเสริฐ พระผู้เป็นเจ้าสิว่ากระนั้น ก็ฆราวาสนี้ถ้าได้ถึงพระ อรหัตแล้วน่าที่จะดีทีเดียว ไฉนจึงร้อนรนถึงสิ้นชีวิตฉะนี้เล่า              พระนาคเสนผู้ประกอบด้วยปรีชาเฉลิมปราชญ์ จึงวิสัชนาว่า มหาราช ขอถวายพระ พรบพิตรพระราชสมภาร เป็นด้วยเพศฆราวาสนี้ต่ำไม่สมควรแก่พระอรหัต ภูมิคฤหัสถ์นี้เป็น ภูมิอันต่ำช้านัก จึงต้องให้ละเพศฆราวาสบวชเสียในวันที่ได้พระอรหัตนั้น นี่แหละเพศแห่ง บรรพชิตผิดกันต่างกัน อุปมาดังบุคคลอันเคยรับประทานอาหารเลี้ยงชีวิต มีชีวิตอยู่เพราะอาศัย อาหารครั้นมาเป็นทุพภิกขกาลเกิดข้าวแพงหาอาหารบริโภคมิได้ บุรุษผู้นั้นอดอาหารอยู่หลายวัน ครั้นหาอาหารได้ บุรุษชายนั้นบริโภคจนเกินขนาด เตโชธาตุมิอาจเผาผลาญได้ บุรุษผู้นั้นก็ถึง แก่ชีวิตักษัยกระทำกาลกิริยาตาย จะว่าบุรุษชายนั้นไม่รู้ประมาณ หรือจะโทษเอาอาหารว่า ตายเพราะอาหารหรือประการใดเล่า              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระ นาคเสนผู้ปรีชาญาณ อาหารเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตจะเป็นยาพิษหามิได้ บุรุษผู้นั้นมาสิ้นชีวิตด้วย โลภในอาหาร รับประทานเกินขนาดไป จะโทษอาหารอย่างไรได้              พระนาคเสนถวายพระพรว่า ฉันใดก็ดี ภูมิฆราวาสต่ำนักไม่อาจต้านทานพระอรหัต

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๓๕๑.

เปรียบดุจคนอดอาหาร ต้านทานอาหารไม่ได้ฉะนั้น เหตุฉะนี้แหละฆราวาสที่ได้พระอรหัตจึง ต้องบรรพชาเสีย หรือนิพพานเสียในวันนั้น นะบพิตรพระราชสมภาร              อีกประการหนึ่งเล่า เปรียบอุปมาดุจกลุ่มหญ้าอันน้อยนักบุคคลจะเอาศิลาอันหนักทับลง กลุ่มหญ้าอันน้อยมิอาจทนทานศิลานั้นได้              ประการหนึ่ง เปรียบดังบุคคลประกอบได้บุญอันน้อย ได้สมบัติอันเป็นอิสรภาพแล้ว มิอาจปราบดาภิเษกครองราชสมบัติได้ ไม่คู่ควรที่จะครองราชสมบัติ ก็บังเกิดความฉิบหาย อันตรายต่างๆ ถึงกับต้องประหารชีวิตทนเวทนาสาหัส จะโทษสมบัติว่า สมบัติร้อนพาให้อายุ นั้นหรือประการใดเล่า ขอถวายพระพร              พระเจ้ากรุงมิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า จะ โทษเอาสมบัติว่าราชสมบัติร้อนหาชอบไม่เลย ฝ่ายผู้นั้นบุญน้อยไม่ควรที่จะเสวยจึงเป็นอันตราย ฉิบหายต่างๆ จนถึงอาสัญ              พระนาคเสนจึงถวายพระพรว่า ความนี้ฉันใดก็ดี อันว่าภูมิเพศฆราวาสนี้ต่ำช้า มิควรที่ จะครองพระบวรวิมุตติเศวตฉัตรได้ แม้สำเร็จพระอรหัตตัดกิเลสวันใดแล้ว ก็ควรบวชเข้าในบวช พุทธศาสนาในกาลวันนั้น เหตุว่าเพศบรรพชิตนี้สมควรที่จะทรงซึ่งพระบวรวิมุตติเศวตฉัตรได้ พระบวรวิมุตติเศวตฉัตรคือพระอรหัตมรรคพระอรหัตผล เพศฆราวาสนั้นทุพพลมิอาจทรงได้ ขอถวายพระพร              ราชา ฝ่ายสมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทรราช ได้ทรงฟังโอวาทวิสัชนาก็ซ้องสาธุการ ต่างๆ สรรเสริญพระนาคเสนว่าประกอบด้วยญาณปรีชา
คีหิอรหัตตปัญหา คำรบ ๓ จบเพียงนี้

             เนื้อความมิลินทปัญหา หน้าที่ ๓๔๙ - ๓๕๑. http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=147&pagebreak=1              สารบัญมิลินทปัญหา http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=0#item_147

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วไม่แสดงหมายเลขหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]