ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก  หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วไม่แสดงหมายเลขหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
มิลินทปัญหา

หน้าที่ ๔๔๙.

นิพพานัสส อทุกขมิสสภาวปัญหา ที่ ๔
             สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดี มีพระราชโองการตรัสถามว่า ภนฺเต นาคเสน ข้า แต่พระนาคเสนผู้ปรีชา เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ อันว่าพระนิพพานนั้น เป็นเอกันตบรมสุขแท้ หรือ หรือว่าจะเจือไปด้วยทุกข์บ้างพระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนมีเถรวาจาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมาภาร อันว่า นิพพานนั้นเป็นเอกกันตบรมสุข จะได้จานเจือด้วยความทุกข์หามิได้              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่ พระนาคเสนผู้ปรีชา พระผู้เป็นเจ้าว่านั้นโยมไม่เชื่อ โยมเห็นว่าพระนิพพานเจือไปด้วยทุกข์เป็น แท้ ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระนาคเสนผู้เป็นเจ้า ธรรมดาพระโยคาวจรเจ้าแสวงหาพระนิพพาน นั้น ลำบากกายทรมานกายด้วยอิริยาบถทั้ง ๔ คือจะเดินก็ภาวนา จะยืนก็ภาวนา จะนั่ง ก็ภาวนา จะนอนก็ภาวนา จะบริโภคอาหารก็ต้องปัจจเวกขณ์ทุกคำอาหาร ต้องนั่งทรมาน จะ นอน ก็ไม่เต็มตา ต้องรักษาจิตสำรวมอินทรีย์มิได้ส่งจิตไปตามอายตนะ ละญาติละมิตรละหมู่ละ คณะ ถือสัลเลขสันโดษอยู่ไพรสณฑ์อันสงัดแต่ผู้เดียว ดูนี่ลำบากเป็นล้นเหลือ เหตุดังนี้ โยมจึง ่ว่าพระนิพพานนั้นเจือไปด้วยทุกข์ ที่เขาไม่แสวงพระนิพพานเขาก็เห็นสุขสบาย เหมือนหนึ่ง หญิงชายทั้งหลายนี้ เขาไม่สำรวมอินทรีย์ เขายินดีในอายตนะคือเบญจกามคุณ ๕ ประการ คือ มาถือสุภนิมิตในรูป ยินดีในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสถูกต้อง ที่ว่ายินดีในเสียงนั้นเป็นต้น หญิงรูปชายอันฟ้องรำ ก็สำคัญเป็นสุภนิมิตว่างามนั้นประการ ๑ ที่ว่ายินดีในเสียงนั้น คือยินดี ในเสียงดุริยางค์ดนตรี และเสียงขับร้องอันจะให้เกิดราคะนั้นประการ ๑ ที่ว่ายินดีในกลิ่นนั้น คือ กลิ่นเกสรดอกไม้ทั้งลูกไม้ใบไม้แก่นไม้เปลือกไม้ยางไม้อันหอม ให้เกิดราคะบำรุงราคะนั้นประการ ๑ ที่ว่ายินดีในรสนั้น พหุวิวิธสุภรสาย นิมิตฺเต คือยินดีในขานทียะโภชนียะอันมีรสดีมีอย่าง ต่างๆ ประการ ๑ ที่ว่ายินดีในสัมผัสถูกต้องนั้น คือยินดีที่จะให้กายถูกต้องซึ่งสิ่งอันนุ่มอันอ่อน คือฟูกหมอนอันอ่อน เป็นที่จะบริโภคนั้นประการ ๑ เรียกว่า เบญจกามคุณ ๕ มี รูปายตนะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๔๕๐.

เป็นอาทิ มีกายายตนะเป็นปริโยสาน ถ้าจะว่าด้วยอายตนะ ๖ ก็นับเอารูปายตนะเป็นต้น มนายตนะเป็นที่สุด และมนายตนะนั้นคิดไปใจในใจตามวิสัยจิตคิดไปนั้น คนทั้งหลายเขาสบาย เป็นสุขสำราญดังนี้ แต่พระโยคาวจรผู้แสวงหาพระนิพพานนั้น ลำบากนักลำบากหนา ฆ่าเสีย ซึ่งความเจริญ ๖ ประการ คือไม่ยินดีในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัส และจิตไม่กำหนัดใน สุขุมรูปซึ่งบัญญัติตามใจของตน เมื่อกระทำฉะนี้จะมิร้อนรนเจตสิกนั้น เพราะทรมานอินทรีย์ ๒ ประการ คือกายจิตไม่ยินดีก็สมด้วยคำมาคัณฑิยปริพพาชกยกข้อความติเตียนลหลู่สมเด็จ พระบรมครูผู้ประเสริฐว่า พระสมณโคดมนี้ฆ่าเสียซึ่งความเจริญ ไม่ยินดี อหํ พฺรูมิ เหตุดังนี้ นะผู้เป็นเจ้า โยมจึงกล่าวว่า พระโยคาวจรผู้แสวงหาพระนิพพานนี้มีแต่ทุกข์ปราศจากสุขที่แท้ จะว่าไม่มีทุกข์อย่างไร              พระนาคเสนจึงวิสัชนาแก้ไขว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร เอกนฺต- สุขํ นิพฺพานํ พระนิพพานนี้เป็นเอกันตสุข มิได้เจือไปด้วยทุกข์โดยแท้ แต่เมื่อแรกยังแสวงหา นั้นแหละเป็นทุกข์จริง ครั้นว่าได้แล้วประกอบด้วยสุขเกษมโดยแท้ ดังอาตมาจะถามบพิตร พระราชสมภาร ธรรมดาว่าราชสมบัติแห่งบรมกษัตริย์ทั้งหลายนี้ เป็นสุขอยู่หรือว่าเจือด้วย ทุกข์เล่า              พระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดี มีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ปรีชา ธรรมดาว่าราชสมบัติแห่งบรมกษัตริย์ทั้งหลายมีแต่สุขเกษมสบาย              พระนาคเสนจึงถวายพระพรว่า มหาราช ดูรานะบพิตรพระราชสมภารผู้ประเสริฐ อาตมาเห็นว่า ราชสมบัติเจือไปด้วยทุกข์              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีจึงมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต ข้าแต่พระผู้เป็น เจ้าผู้ปรีชาญาณ อันว่าราชสมบัติบวรราชศฤงคารนี้มีแต่สุข เหตุไรพระผู้เป็นเจ้าจึงว่า ราช- สมบัติเจือไปด้วยทุกข์เล่า พระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนมีเถรวาจาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภารผู้ประเสริฐ อันว่าราชสมบัติประกอบไปด้วยทุกข์นั้น เมื่อข้าศึกมารบพุ่งฆ่าตีฝูงประชาในขอบขัณฑสีมา อัน เป็นปัจจันตประเทศคามนิคม พระมหากษัตริย์ทรงพระปรารมภ์เป็นทุกข์ กลัวว่านิคมประเทศ ขอบเขตของพระองค์นั้นจะย่อยยับ จะต้องทรงเอาเป็นธุระปราบปรามข้าศึกนั้นประการหนึ่ง เมื่อข้าศึกตีบุกรุกเข้ามาล้อมพระนาคไว้ บรมกษัตริย์ประกอบไปด้วยทุกข์ที่สุดแล้ว ต้อง กะเกณฑ์ซึ่งโยธากล้าหาญออกไปรบ บางทีก็อัปราชัย บางทีก็มีชัย ได้ความลำบากไม่มีสุข เหตุฉะนี้จึงว่า ราชสมบัติเจือไปด้วยทุกข์แสนทรมาน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๔๕๑.

สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่ พระนาคเสนผู้ปรีชา ธรรมดาว่าราชสมบัติจะมีแต่ทุกข์เมื่อข้าศึกมา ต้องแสวงหาอุบายให้ โยธาตีให้แตกไป ครั้นได้ซึ่งสมบัติหาข้าศึกไม่แล้ว ก็ผ่องแผ้วมีสุข อญฺญํ ทุกฺขํ ที่ทุกข์เดิมนั้นก็ เป็นอื่นคลายหายไป              พระนาคเสนจึงถวายพระพรว่า ยถา ความเปรียบนี้ฉันใดก็ดี พระโยคาวจรเมื่อแรก แสวงหาพระนิพพานนี้ กายญฺจ จิตฺตญฺจ ยังกายและจิตให้ทรมาน คือว่าจะยืนจะเที่ยวจะนั่งจะ นอนจะบริโภคนั้นก็มีสติพิจารณาผูกจิตอยู่ในกิจปฏิบัติ ที่ทรงพระบัญญัติไว้นั้น จิตและกายจึง ทุรนทุรายไม่สบายด้วยทุกข์ทรมาน ครั้นได้พระนิพพานแล้วผ่องแผ้วจากทุกข์มีแต่สุขซึ่งทุกข์เดิม นั้น อญฺญํ อญฺญํ ก็เป็นอื่นคืนคลายหายไป เอวเมว มีอุปไมยเหมือนกษัตริย์อันได้สมบัติ กำจัดข้าศึกเสียแล้ว ก็ปราศจากทุกข์มีแต่ความสุขนั้น มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระ ราชสมภาร จงทรงพระสวนาการเหตุอุปมาให้ยิ่งกว่านี้ ถ้ามิฉะนั้นเหมือนว่าศิษย์ที่เรียนวิชากับ อาจารย์ ได้วิชาศิลปศาสตร์แล้วมีสุขอยู่หรือ              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า อาม ภนฺเต เออกระนั้น ซิพระผู้เป็นเจ้า มีสุขอยู่              พระนาคเสนจึงมีเถรวาจาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร เมื่อแรกศิษย์จะแสวงหาวิชาการนั้น มีสุขอยู่หรือประการใด นะบพิตรพระราชสมภาร              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า น หิภนฺเต ศิษย์แรกเรียน วิชาหาความสุขมิได้ นะพระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนจึงมีเถรวาจาว่า เป็นเหตุประการใด เมื่อแรกเรียนนั้นศิษย์จึงไม่มีความสุข เล่า              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่ พระนาคเสนผู้ปรีชา เหตุว่าศิษย์ทั้งหลายต้องไหว้ต้องกราบ ต้มน้ำให้อาบให้ฉัน และปฏิบัติ กระทำเคารพอาจารย์ การเบ็ดเสร็จทั้งปวงนั้นต้องหาไม้สีฟันขันน้ำตั้งไว้ และนวดฟั้นคั้นเท้า ทุกประการ ยามจะบริโภคอาหาร ย่อมรับประทานแต่ที่ระคนดูลำบาก อดๆ อยากๆ ต้อง ลำบากกายสังวัธยายวิชาเรียนเพียรไป ครั้นได้สมบัติวิชาแล้วก็เป็นสุข จะเจือไปด้วยทุกข์หา มิได้เลย เป็นดังนี้นะพระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนจึงมีเถรวาจาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร ความ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้าที่ ๔๕๒.

เปรียบประการนี้ ยถา มีครุวนาฉันใดก็ดี พระโยคาวจรเจ้า เมื่อแรกแสวงพระนิพพานนี้ ลำ บากเจือไปด้วยทุกข์ครั้งได้พระนิพพานแล้วก็แผ้วทุกข์มีแต่สุขมีอุปไมยเหมือนศิษย์เรียนวิชากระนั้น ลำบากแต่เดิม ครั้นได้เรียนวิชาศิลปศาสตร์สำเร็จแล้ว แผ้วทุกข์มีแต่ความสุขฉันนั้น บพิตรจงทราบในพระบวรราชสันดานในกาลบัดนี้              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ปิ่นธรณีก็สิ้นสงสัย สาธุการว่า สาธุ ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระ นาคเสน พระผู้เป็นเจ้าวิสัชนานี้ควรแล้ว สมฺปฏิจฺฉามิ โยมจะรับคำจำไว้ ณ กาลบัดนี้
นิพพานัสส อทุกขมิสสภาวปัญหา คำรบ ๔ จบเพียงนี้

             เนื้อความมิลินทปัญหา หน้าที่ ๔๔๙ - ๔๕๒. http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=178&pagebreak=1              สารบัญมิลินทปัญหา http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=0#item_178

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วไม่แสดงหมายเลขหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]