![]() |
|
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ | |
|
| |
| ฉบับหลวง ฉบับมหาจุฬาฯ บาลีอักษรไทย PaliRoman |
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๓. นิกเขปกัณฑ์]
ทุกนิกเขปะ ปิฏฐิทุกะ
๑๒. รูปาวจรทุกะ [๑๒๘๙] สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร เป็นไฉน สภาวธรรมที่เป็นจิตและเจตสิกของผู้เข้าสมาบัติ๑- ของผู้ที่กำลังอุบัติ๒- หรือของ ผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน๓- ที่ท่องเที่ยวอยู่นับเนื่องอยู่ในภูมิระหว่างนี้ คือ เบื้องต่ำ กำหนดพรหมโลกเป็นที่สุด เบื้องสูง กำหนดเทพชั้นอกนิฏฐภพเป็นที่สุด สภาว- ธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นรูปาวจร [๑๒๙๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจร เป็นไฉน สภาวธรรมที่เป็นกามาวจร อรูปาวจร และที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาว- ธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นรูปาวจร๑๓. อรูปาวจรทุกะ [๑๒๙๑] สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร เป็นไฉน สภาวธรรมที่เป็นจิตและเจตสิกของผู้เข้าสมาบัติ๔- ของผู้ที่กำลังอุบัติ๕- หรือ ของผู้อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน๖- ที่ท่องเที่ยวอยู่นับเนื่องอยู่ในภูมิระหว่างนี้ คือ เบื้องต่ำ กำหนดเทพผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพเป็นที่สุด เบื้องสูง กำหนดเทพผู้เข้าถึง เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นที่สุด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นอรูปาวจร [๑๒๙๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอรูปาวจร เป็นไฉน กามาวจร รูปาวจร และที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่ เป็นอรูปาวจร๑๔. ปริยาปันนทุกะ [๑๒๙๓] สภาวธรรมที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน สภาวธรรมที่เป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต ซึ่งเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็น กามาวจร รูปาวจร และอรูปาวจร ได้แก่ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่านับเนื่องในวัฏฏทุกข์ @เชิงอรรถ : @๑ ผู้กำลังเข้ากุศลฌานที่เป็นรูปาวจร @๒ ผู้กำลังอุบัติด้วยวิปากฌานที่เป็นรูปาวจร @๓ ผู้กำลังเข้ากิริยาฌานที่เป็นรูปาวจร @๔ ผู้กำลังเข้ากุศลฌานที่เป็นอรูปาวจร @๕ ผู้กำลังอุบัติด้วยวิปากฌานที่เป็นอรูปาวจร @๖ ผู้กำลังเข้ากิริยาฌานที่เป็นอรูปาวจร (อภิ.สงฺ.อ. ๔๔๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๓. นิกเขปกัณฑ์]
ทุกนิกเขปะ ปิฏฐิทุกะ
[๑๒๙๔] สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน มรรค ผลของมรรคที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ และธาตุที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์๑๕. นิยยานิกทุกะ [๑๒๙๕] สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน มรรค ๔ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นเหตุนำออก จากวัฏฏทุกข์ [๑๒๙๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ เป็นไฉน เว้นสภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์เหล่านั้นแล้ว สภาวธรรมที่เป็น กุศล อกุศล และอัพยากฤตที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และที่ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ได้แก่ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และธาตุ ที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์๑๖. นิยตทุกะ [๑๒๙๗] สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน เป็นไฉน อนันตริยกรรม ๕ มิจฉาทิฏฐิที่ให้ผลแน่นอน และมรรค ๔ ที่ไม่นับเนื่องใน วัฏฏทุกข์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าให้ผลแน่นอน [๑๒๙๘] สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น เป็นไฉน เว้นสภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอนเหล่านั้นแล้ว สภาวธรรมที่เป็นกุศล อกุศล และ อัพยากฤตที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏ- ทุกข์ ได้แก่ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และธาตุที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น๑๗. สอุตตรทุกะ [๑๒๙๙] สภาวธรรมที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า เป็นไฉน สภาวธรรมที่เป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต ซึ่งเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็น กามาวจร รูปาวจร และอรูปาวจร ได้แก่ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่ามีธรรมอื่นยิ่งกว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๓. นิกเขปกัณฑ์]
สุตตันติกทุกนิกเขปะ
[๑๓๐๐] สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า เป็นไฉน มรรค ผลของมรรคที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ และธาตุที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า๑๘. สรณทุกะ [๑๓๐๑] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เป็นไฉน อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสที่ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับ อกุศลมูลนั้น ได้แก่ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ที่มีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ [๑๓๐๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เป็นไฉน สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอัพยากฤตซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ได้แก่ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และธาตุที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อภิธรรมทุกนิกเขปะ จบ เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๔ หน้าที่ ๓๒๖-๓๒๘. http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=34&A=9374&w=&fontsz=0 http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_siri.php?B=34&siri=64&fontsz=0 ฟังเนื้อความพระไตรปิฎก : [คลิกเพื่อฟัง] อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=34&A=7109&Z=7289&pagebreak=0 ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=34&i=810 ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=34&item=810&items=26 ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/roman_item_s.php?book=34&item=810&items=26 สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๔ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu34
ดาวน์โหลดโปรแกรมพระไตรปิฎก ดาวน์โหลดพระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาฯ
บันทึก ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙. บันทึกปรับตัวอักษร ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]