ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓
ปัพพโตปมสูตรที่ ๕

               อรรถกถาปัพพโตปมสูตรที่ ๕               
               พึงทราบวินิจฉัยในปัพพโตปมสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
               บทว่า มุทฺธาวสิตานํ ได้แก่ ผู้อันเขารดน้ำแล้วบนพระเศียรด้วยอภิเษกเป็นกษัตริย์ ชื่อว่าผู้อันเขาทำการอภิเษกแล้ว.
               บทว่า กามเคธปริยุฏฺฐีตานํ แปลว่า ผู้อันความกำหนัดในกามทั้งหลายกลุ้มรุม คือครอบงำแล้ว.
               บทว่า ชนปทถาวริยปฺปตฺตานํ แปลว่า ผู้ถึงความมั่นคงในชนบท.
               บทว่า ราชกรณียานิ แปลว่า การงานของพระราชา คือกิจที่พระราชาพึงทรงกระทำ.
               บทว่า เตสฺวาหํ ตัดเป็น เตสุ อหํ.
               บทว่า อุสฺสุกํ อาปนฺโน แปลว่า ถึงความขวนขวาย.
               ได้ยินว่า พระราชานั้นเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าวันละ ๓ ครั้ง. เสด็จไประหว่างนั้นก็หลายครั้ง เมื่อท้าวเธอเสด็จไปเป็นประจำ หมู่ทหารก็มากบ้าง น้อยบ้าง.
               ต่อมาวันหนึ่ง โจร ๕๐๐ คิดกันว่า พระราชาพระองค์นี้เสด็จไปเฝ้าพระสมณโคดม โดยหมู่พลจำนวนน้อย ในเวลาไม่สมควร จำเราจักดักระหว่างทางยึดสมบัติ. โจรเหล่านั้นก็พากันไปซุ่มซ่อนอยู่ในป่าอันธวัน.
               ก็ธรรมดาพระราชาทั้งหลายย่อมเป็นผู้มีบุญญาธิการมาก. ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่งออกไปจากกลุ่มโจรเหล่านั้นนั่นแหละ กราบทูลแด่พระราชา. พระราชาก็พาหมู่ทหารจำนวนมากไปล้อมป่าอันธวัน จับโจรเหล่านั้นได้หมด โปรดให้ปักหลาวไว้ใกล้สองข้างทางตั้งแต่อันธวันจนถึงประตูพระนคร ให้เหล่าโจรหวาดเสียวที่หลาวทั้งหลาย โดยประการที่เหล่าโจรได้แต่เอาตาจดจ้องมองตากันและกัน.
               พระราชาทรงหมายถึงเรื่องนี้ จึงตรัสอย่างนั้น.
               ครั้งนั้น พระศาสดาทรงพระดำริว่า ถ้าเราจะกล่าวว่า ถวายพระพร เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นเราอยู่ ณ วิหารใกล้ๆ กรรมอันทารุณที่มหาบพิตรทรงทำแล้ว ไม่สมควร มหาบพิตรก็ทรงทำเสียแล้ว ดังนี้ เมื่อเป็นดังนั้น พระราชาพระองค์นี้ก็จะทรงเก้อเขิน ไม่อาจเหนี่ยวรั้งพระทัยได้ เมื่อเรากำลังกล่าวธรรมโดยปริยาย ก็จักทรงกำหนดไม่ได้.
               เมื่อทรงเริ่มพระธรรมเทศนา จึงตรัสว่า ตํ กึ มญฺญสิ ดังนี้เป็นต้น.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สทฺธายิโก ความว่า ผู้ที่ท่านพึงเชื่อฟังคำ.
               คำว่า ปจฺจยิโก เป็นไวพจน์ของคำว่า สทฺธายิโก นั้นนั่นแหละ. อธิบายว่า ผู้ที่ท่านพึงเชื่อถือคำ.
               บทว่า อพฺภสมํ ได้แก่ เสมออากาศ.
               บทว่า นิปฺโปเถนฺโต อาคจฺฉติ ความว่า ภูเขาใหญ่สูงเทียมเมฆ กลิ้งมาตั้งแต่พื้นแผ่นดินจดอกนิฏฐพรหมโลก บดสัตว์ทั้งสิ้นทำให้แหลกละเอียดเหมือนผงงา.
               บทว่า อญฺญตฺร ธมฺมจริยาย ความว่า เว้นธรรมจริยา การประพฤติธรรมเสีย ก็ไม่มีกรรมอย่างอื่นที่ควรทำ การประพฤติธรรมกล่าวคือกุศลกรรมบถ ๑๐ เท่านั้น ควรทำ พระเจ้าข้า.
               บทว่า สมจริยา เป็นต้นเป็นไวพจน์ของบทว่า ธมฺมจริยา นั้นนั่นแหละ.
               บทว่า อาโรเจมิ แปลว่า บอก.
               บทว่า ปฏิเวทยามิ ได้แก่ ให้รู้.
               บทว่า อธิวตฺตติ ได้แก่ ท่วมทับ.
               บทว่า หตฺถิยุทฺธานิ ได้แก่ กิจที่ควรขึ้นช้างที่ประดับศีรษะด้วยข่ายทอง เช่นช้างนาฬาคิรีแล้วรบ.
               บทว่า คติ ได้แก่ ความสำเร็จ.
               บทว่า วิสโย ได้แก่ โอกาสหรือสมรรถภาพ. จริงอยู่ ใครๆ ก็ไม่อาจต่อต้านชรามรณะด้วยทัพเหล่านั้นได้.
               บทว่า มนฺติโน มหามตฺตา ได้แก่ มหาอำมาตย์ เช่นมโหสถบัณฑิตและวิธุรบัณฑิต ผู้พรั่งพร้อมด้วยปัญญา.
               บทว่า ภูมิคตํ ได้แก่ เงินทองที่เขาบรรจุหม้อเหล็กใหญ่วางไว้บนดิน.
               บทว่า เวหาสฏฺฐํ ได้แก่ ที่เขาบรรจุในกระสอบหนังแขวนไว้ที่ขื่อและจันทันเป็นต้น และที่บรรจุวางไว้ที่หอคอยเป็นต้น.
               บทว่า อุปลาเปตุ ํ ได้แก่ เพื่อทำลายกันและกัน คือเพื่อทำโดยอาการที่คนสองคนไม่ไปทางเดียวกัน.
               บทว่า นภํ อาหจฺจ ได้แก่ เต็มอากาศ.
               บทว่า เอวํ ชรา จ มจฺจุ จ ในสูตรนี้ ทรงถือเอาภูเขา ๒ เท่านั้น.
               ส่วนในราโชวาท ภูเขามา ๔ ลูกคือ ชรา มรณะ พยาธิ วิบัติ อย่างนี้ว่า ชรามาถึงแล้วก็ปล้นวัยหนุ่มสาวเสียสั้น.
               บทว่า ตสฺมา ได้แก่ ก็เพราะเหตุที่ใครๆ ก็ไม่สามารถเอาชนะชรามรณะได้ด้วยการต่อยุทธ์ด้วยทัพช้างเป็นต้น ฉะนั้น.
               บทว่า สทฺธํ นิเวสเย ได้แก่ พึงดำรงพึงตั้งไว้ซึ่งศรัทธา.

               จบอรรถกถาปัพพโตปมสูตรที่ ๕               
               จบวรรคที่ ๓ โกสลสังยุต เพียงเท่านี้               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรในตติยวรรคที่ ๓
                         ๑. ปุคคลสูตร
                         ๒. อัยยิกาสูตร
                         ๓. โลกสูตร
                         ๔. อิสสัตถสูตร
                         ๕. ปัพพโตปมสูตร
               โกสลสังยุตวรรคนี้มี ๕ สูตร
               พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ สุคตตรัสเทศนาแล้ว.
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ปัพพโตปมสูตรที่ ๕ จบ.
อ่านอรรถกถา 15 / 1อ่านอรรถกถา 15 / 405อรรถกถา เล่มที่ 15 ข้อ 411อ่านอรรถกถา 15 / 416อ่านอรรถกถา 15 / 956
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=3219&Z=3302
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๘  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com