ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัปปมาทวรรคที่ ๒

หน้าต่างที่   ๘ / ๙.

               ๘. เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง [๒๒]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
               ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “อปฺปมาทรโร ภิกฺขุ” เป็นต้น.

               ภิกษุนั่งพิจารณาไฟไหม้ป่าเป็นอารมณ์               
               ดังได้สดับมา ภิกษุรูปนั้นเรียนกัมมัฏฐาน ตราบเท่าถึงพระอรหัตในสำนักพระศาสดาแล้ว เข้าป่าเพียรพยายามอยู่ ก็ไม่อาจบรรลุพระอรหัตได้. ท่านนึกว่า “เราจักไปทูลพระศาสดาให้ตรัสบอกกัมมัฏฐานให้วิเศษ (ขึ้นไป)” ดังนี้แล้ว ออกจากป่านั้น กำลังเดินมายังสำนักพระศาสดา เห็นไฟป่าตั้งขึ้น (ลุกลาม) มากมาย ในระหว่างหนทาง รีบขึ้นยอดเขาโล้นลูกหนึ่ง นั่งดูไฟซึ่งกำลังไหม้ป่า ยึดเอาเป็นอารมณ์ว่า “ไฟนี้เผาเชื้อทั้งหลายมากและน้อยไป ฉันใด; แม้ไฟคืออริยมรรคญาณ ก็จักพึงเผาสังโยชน์ทั้งหลายมากและน้อยไป ฉันนั้น.”

               ปฏิปทาตัดสังโยชน์               
               พระศาสดา ประทับนั่งในพระคันธกุฎีนั่นแล ทรงทราบวาระจิตของเธอแล้ว ตรัสว่า “อย่างนั้นแล ภิกษุ สังโยชน์ทั้งหลายละเอียดและหยาบ ซึ่งเกิดอยู่ในภายในของสัตว์เหล่านี้ ดุจเชื้อมากบ้างน้อยบ้าง ฉะนั้น, ควรเผาสังโยชน์เหล่านั้นด้วยไฟคือญาณเสียแล้ว ทำให้เป็นของไม่ควรเกิดอีก” ดังนี้แล้ว ทรงเปล่งพระรัศมี ปรากฏประหนึ่งว่า ประทับนั่ง ณ ที่จำเพาะหน้าของภิกษุนั้น
               ตรัสพระคาถานี้ว่า
                         ๘. อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ ปมาเท ภยทสฺสิ วา
                         สญฺโญชนํ อณุ ํ                ถูลํ ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ.
                         ภิกษุยินดีแล้วในความไม่ประมาท หรือมีปกติ
                         เห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์ ทั้ง
                         ละเอียดและหยาบไป ดุจไฟเผาเชื้อมากและ
                         น้อยไปฉะนั้น.

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปฺปมาทรโต ความว่า ยินดี คืออภิรมย์ แล้วในความไม่ประมาท ได้แก่ยังกาลให้ล่วงไปด้วยความไม่ประมาท.
               บาทพระคาถาว่า ปมาเท ภยทสฺสิ วา ความว่า ผู้เห็นภัยในความประมาท มีการเข้าถึงนรกเป็นต้น, อีกประการหนึ่ง ชื่อว่าผู้เห็นความประมาทโดยความเป็นภัย เพราะความประมาทนั้นเป็นรากเหง้าแห่งความอุบัติเหล่านั้น.
               บทว่า สญฺโญชนํ ความว่า สังโยชน์ ๑๐ อย่าง๑- เป็นเครื่องประกอบ เครื่องผูก (หมู่สัตว์) ไว้กับทุกข์ในวัฏฏะ สามารถยังสัตว์ให้จมลงในวัฏฏะได้.
____________________________
๑- สักกายทิฏฐิ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวถือตน ๑ วิจิกิจฉา ความลังเล ไม่แน่ใจ ๑ สีลัพพตปรามาส ความลูบคลำศีลและพรต ๑ กามราคะ ความกำหนัดด้วยอำนาจกิเลสการ ๑ ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งแห่งจิต ๑ รูปราคะ ความติดใจในรูปธรรม ๑ อรูปราคะ ความติดใจในอรูปธรรม ๑ มานะ ความถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่ ๑ อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน ๑ อวิชชา ความหลงเป็นเหตุไม่รู้จริง ๑.

               บทว่า อณุ ํ ถูลํ คือมากและน้อย.
               บาทพระคาถาว่า ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ ความว่า ภิกษุนั้นยินดีแล้วในความไม่ประมาท ย่อมเผาสังโยชน์นั่นด้วยไฟคือญาณ ซึ่งตนบรรลุแล้วด้วยความไม่ประมาท คือทำให้เป็นของไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป ดุจไฟเผาเชื้อมากและน้อยนั้นแลไปฉะนั้น.
               ในกาลจบคาถา ภิกษุนั้นนั่งอย่างเดิมเทียว เผาสังโยชน์ทั้งหมดแล้ว บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย มาทางอากาศ (เหาะมา) ชมเชยสรรเสริญพระสรีระของพระตถาคต ซึ่งมีพรรณะดุจทองคำแล้ว ถวายบังคมหลีกไป ดังนี้แล.

               เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง จบ.               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัปปมาทวรรคที่ ๒
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 11อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 12อ่านอรรถกถา 25 / 13อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=330&Z=365
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๖  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com