ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท สุขวรรคที่ ๑๕

หน้าต่างที่   ๕ / ๘.

               ๕. เรื่องอุบาสกคนใดคนหนึ่ง [๑๖๑]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในเมืองอาฬวี ทรงปรารภอุบาสกคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "ชิฆจฺฉา" เป็นต้น.

               เสด็จโปรดคนเข็ญใจ               
               ความพิสดารว่า ในวันหนึ่ง พระศาสดาประทับนั่งในพระคันธกุฎี ในพระเชตวันเทียว ทรงตรวจดูโลกในเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นมนุษย์เข็ญใจคนหนึ่งในเมืองอาฬวี ทรงทราบความถึงพร้อมแห่งอุปนิสัยของเขา มีภิกษุ ๕๐๐ เป็นบริวาร ได้เสด็จไปสู่เมืองอาฬวี.
               ชาวเมืองอาฬวีนิมนต์พระศาสดา. มนุษย์เข็ญใจแม้นั้นได้ยินว่า "พระศาสดาเสด็จมา" ดังนี้แล้ว ได้ตั้งใจไว้ว่า "เราจักฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา."
               แลในวันนั้นเอง โคของเขาตัวหนึ่งหนีไป เขาคิดว่า "เราจักค้นหาโคหรือจะฟังธรรม" แล้วคิดว่า "เราค้นหาโคต้อนให้เข้าไปสู่ฝูงโคแล้ว จึงจักฟังธรรมภายหลัง" ดังนี้แล้ว จึงออกจากเรือนแต่เช้าตรู่. แม้ชาวเมืองอาฬวีนิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานให้นั่งแล้วอังคาส รับบาตร เพื่อประโยชน์แก่อนุโมทนา.
               พระศาสดาได้ทรงนิ่งเสีย ด้วยหมายพระหฤทัยว่า
               "เราอาศัยบุคคลใดมาแล้วตลอดหนทาง ๓๐ โยชน์ บุคคลนั้นเข้าไปสู่ป่าเพื่อแสวงหาโค เมื่อเขามาแล้วนั่นแหละ เราจึงจักแสดงธรรม."
               มนุษย์แม้นั้นเห็นโคในกลางวัน ต้อนเข้าฝูงโคแล้วคิดว่า "แม้ถ้าของอื่นไม่มี เราจักกระทำกิจสักว่าการถวายบังคมพระศาสดา" แม้ถูกความหิวบีบคั้น ก็ไม่ใฝ่ใจจะไปเรือน มาสู่สำนักพระศาสดาโดยเร็ว ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ได้ยืนอยู่ที่ส่วนข้างหนึ่ง.
               ในเวลาที่เขายืนอยู่ พระศาสดาตรัสกะผู้ขวนขวายในทานว่า "ของอะไรที่เป็นเดนของภิกษุสงฆ์ มีอยู่หรือ?"
               ผู้ขวนขวายในทาน. มีอยู่ทุกอย่าง พระเจ้าข้า.
               พระศาสดา. ถ้ากระนั้น เธอจงเลี้ยงดูผู้นี้.

               พระศาสดายังถูกโพนทะนา               
               เขาให้มนุษย์นั้นนั่งในที่ที่พระศาสดาตรัสสั่งนั่นแหละ แล้วเลี้ยงดูด้วยข้าวยาคู ของควรเคี้ยว และของควรบริโภค โดยเคารพ. มนุษย์ผู้นั้นบริโภคภัตเสร็จ บ้วนปากแล้ว.
               ได้ยินว่า ชื่อว่าการจัดภัตของพระตถาคต ย่อมไม่มีในที่อื่น ในปิฎก ๓ เว้นที่นี้เสีย.
               จิตของเขามีความกระวนกระวายสงบแล้ว ได้เป็นจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว.
               ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสอนุปุพพีกถาแล้ว ทรงประกาศสัจจะทั้งหลายแก่เขา. ในที่สุดแห่งเทศนา เขาตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล แม้พระศาสดาทรงกระทำอนุโมทนาแล้ว เสด็จลุกจากอาสนะหลีกไป. มหาชนตามส่งเสด็จพระศาสดาแล้วก็กลับ.
               ภิกษุทั้งหลายที่ไปกับพระศาสดานั่นแหละ ยกโทษว่า "ผู้มีอายุทั้งหลาย พวกท่านจงดูกรรมของพระศาสดาเถิด, กรรมเห็นปานนี้ ย่อมไม่มีในวันทั้งหลายอื่น, แต่วันนี้ พระศาสดาทรงอาศัยมนุษย์คนหนึ่ง รับสั่งให้คนจัดแจงข้าวยาคูเป็นต้นให้ให้แล้ว."
               พระศาสดาเสด็จกลับประทับยืนอยู่แล้วเทียว ตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพูดอะไรกัน?" ทรงสดับเนื้อความนั้นแล้ว
               ตรัสว่า "อย่างนั้น ภิกษุทั้งหลาย เราคิดว่า ‘เราเมื่อมาสิ้นทางกันดาร ๓๐ โยชน์ เห็นอุปนิสัยของอุบาสกคนนั้นแล้วจึงมา', อุบาสกนั้นหิวยิ่งนัก ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่แล้วเที่ยวไปหาโคในป่า แม้เมื่อเราแสดงธรรมอยู่ ก็ไม่อาจบรรลุได้ เพราะความเป็นทุกข์อันเกิดแต่ความหิว จึงได้กระทำอย่างนี้ ภิกษุทั้งหลาย ด้วยว่าชื่อว่าโรค เช่นกับโรค คือความหิวไม่มี"
               ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
                         ๕. ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา    สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา
                         เอตํ ญตฺวา ยถาภูตํ    นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ.
                         ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง, สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง,
                         บัณฑิตทราบเนื้อความนั่น ตามความจริงแล้ว (กระทำให้
                         แจ้งซึ่งพระนิพพาน) เพราะพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง.

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น บาทพระคาถาว่า ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา ความว่า
               เพราะโรคอย่างอื่นรักษาคราวเดียวก็หาย หรือว่าอันบุคคลย่อมบำบัดได้ ด้วยความสามารถแห่งองค์นั้นๆ (คือเป็นครั้งคราว), ส่วนความหิวต้องรักษากันสิ้นกาลเป็นนิตย์ทีเดียว เหตุนั้น ความหิวนี้จึงจัดเป็นเยี่ยมกว่าโรคที่เหลือ.
               ขันธ์ ๕ ชื่อว่า สังขารทั้งหลาย.
               สองบทว่า เอตํ ญตฺวา ความว่า บัณฑิตทราบเนื้อความตามเป็นจริงว่า "โรคเสมอด้วยความหิว ย่อมไม่มี, ชื่อว่าทุกข์ เสมอด้วยการบริหารขันธ์ ย่อมไม่มี" แล้วกระทำพระนิพพานให้แจ้ง.
               บาทพระคาถาว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ ความว่า เพราะพระนิพพานนั้นเป็นสุขอย่างยอด คืออย่างสูงสุดกว่าสุขทั้งหมด.
               ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.

               เรื่องอุบาสกคนใดคนหนึ่ง จบ.               
               --------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท สุขวรรคที่ ๑๕
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 24อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 25อ่านอรรถกถา 25 / 26อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=799&Z=829
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓๐  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :