ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐
๘. อภัยเถรคาถา

               อรรถกถาอภัยเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระอภัยเถระ เริ่มต้นว่า รูปํ ทิสฺวา สติ มุฏฺฐา.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนั้นก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า "สุเมธะ" ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสุเมธะ ในวันหนึ่งได้ทำการบูชาด้วยดอกช้างน้าว.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในหมู่เทพ กระทำบุญแล้วท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ พระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่า "อภัย" ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว อันเหตุสมบัติตักเตือนอยู่ วันหนึ่งไปยังพระวิหาร ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาจิตบวชแล้ว กระทำบุรพกิจเสร็จแล้ว เจริญวิปัสสนาอยู่.
               วันหนึ่ง ท่านเข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต เห็นมาตุคามแต่งตัวสวยงามแล้วเกิดฉันทราคะ ปรารภรูปของหญิงนั้นด้วยสามารถแห่งอโยนิโสมนสิการ.
               ท่านเข้าไปสู่วิหารแล้วข่มจิตของตนว่า เมื่อเราละสติแลดูอยู่ กิเลสในรูปารมณ์เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เรากระทำกรรมอันไม่สมควรแล้ว ดังนี้ เจริญวิปัสสนาในทันใดนั้นเอง บรรลุพระอรหัตแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               พระสยัมภูผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ มีพระนามว่า สุเมธะ เมื่อทรงพอกพูนวิเวก จึงเสด็จเข้าสู่ป่าใหญ่ เราเห็นดอกช้างน้าวกำลังบาน จึงเอามาร้อยเป็นพวงมาลัย บูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก เฉพาะพระพักตร์ ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
               ในกัปที่ ๑,๙๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์มีนามว่า "สุนิมมิตะ" สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๒/ข้อ ๑๕๑

               ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะแสดงว่า สำหรับผู้ที่ (ประพฤติ) คล้อยตามกิเลส ไม่มี(โอกาส) ที่จะยกศีรษะขึ้นจากวัฏทุกข์ได้เลย ส่วนตัวเราไม่ประพฤติตามกิเลสเหล่านั้น ดังนี้ ด้วยการชี้ให้เห็นการบังเกิดขึ้นแห่งกิเลสของตน ได้กล่าวคาถาว่า
                         เมื่อบุคคลได้เห็นรูปแล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์อันเป็นที่รัก
                         สติก็หลงลืม ผู้ใดมีจิตกำหนัด ยินดีเสวยรูปารมณ์ รูปารมณ์
                         ก็ครอบงำผู้นั้น อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ผู้เข้า
                         ถึงซึ่งมูลแห่งภพ ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รูปํ ได้แก่ รูปายตนะอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด.
               ก็รูปายตนะนั้นในคาถานี้ ท่านหมายถึงรูปแห่งหญิง.
               บทว่า ทิสฺวา ได้แก่ เห็นด้วยจักษุ คือยึดถือรูปนั้นด้วยสามารถแห่งการกำหนดโดยนิมิตและโดยอนุพยัญชนะ ด้วยการแล่นไปตามแห่งจักษุทวาร. อธิบายว่า เพราะการถือเอารูปนั้นว่าเป็นอย่างนั้นเป็นเหตุ.
               บทว่า สติ มุฏฺฐา ได้แก่ สติที่เป็นไปในกายที่มีความไม่งามเป็นสภาพ ว่าไม่งามนั่นแล หายไปแล้ว ก็พระเถระเมื่อจะแสดงถึงสติที่หายไป เพราะเห็นรูปนั้น จึงกล่าวว่า มัวใส่ใจถึงอารมณ์อันเป็นที่รัก ดังนี้
               ประกอบความว่า เมื่อมัวใส่ใจอารมณ์ตามที่เข้ามาปรากฏด้วยอโยนิโสมนสิการ กระทำปิยารมณ์ให้เป็นนิมิต โดยนัยมีอาทิว่า งาม เป็นสุข ดังนี้ สติก็หายไป.
               ต่อแต่นั้น ก็จะมีจิตยินดีเสวยรูปารมณ์ ได้แก่เป็นผู้มีจิตกำหนัดแล้วด้วยดี เสวยคือเพลิดเพลินรูปารมณ์นั้น ก็เมื่อมัวเพลิดเพลินอยู่ รูปารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้น คืออารมณ์จะครอบงำผู้นั้น ทำให้ลำบาก ให้ถึงที่สุดหมุนไปทีเดียว และอาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่เขาผู้เป็นแล้วอย่างนี้ คือ ชื่อว่าผู้เข้าถึงซึ่งมูลแห่งภพ ได้แก่อาสวะทั้งหลายแม้ทั้ง ๔ มีกามาสวะเป็นต้นที่มีการเข้าถึงซึ่งความเป็นมูล คือความเป็นเหตุแห่งภพคือสงสาร เป็นสภาพ ย่อมเจริญแก่บุคคลนั้นยิ่งๆ ขึ้นไปทีเดียว คือไม่เสื่อมเลย.
               แต่อาสวะแม้ทั้ง ๔ เหล่านั้น อันเราผู้ตั้งอยู่แล้วในการพิจารณา เจริญวิปัสสนาแล้วแทงตลอดอยู่ซึ่งสัจจะทั้งหลาย ละแล้วโดยไม่เหลือ ตามลำดับแห่งมรรคคือสิ้นไปรอบแล้ว.

               จบอรรถกถาอภัยเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐ ๘. อภัยเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 234อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 235อ่านอรรถกถา 26 / 236อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5540&Z=5544
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com