ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ทุพภิยมักกฏชาดก
ว่าด้วย การคบคนชั่ว

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน ทรงปรารภพระเทวทัต ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อทมฺมิ เต วาริ พหุตฺตรูปํ ดังนี้.
               ความพิสดารมีอยู่ว่า วันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรม ถึงความอกตัญญูความประทุษร้ายมิตรของพระเทวทัต. พระศาสดารับสั่งว่า เทวทัตเป็นผู้อกตัญญู ประทุษร้ายมิตร มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็ได้เป็นเช่นนี้ แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ชาวบ้านกาสีแห่งหนึ่ง ครั้นเจริญวัย ดำรงตนเป็นฆราวาส
               ก็สมัยนั้น ได้มีบ่อน้ำลึกบ่อหนึ่งอยู่ที่ทางใหญ่ชันในแคว้นกาสี สัตว์เดียรัจฉานทั้งหลายข้ามไม่ได้ พวกมนุษย์ผู้ปรารถนาบุญเดินมาทางนั้น ใช้กระบอกมีสายยาวตักน้ำใส่ขังเต็มรางแห่งหนึ่ง ให้สัตว์เดียรัจฉานดื่ม. รอบบ่อนั้นเป็นป่าใหญ่ ลิงเป็นอันมากอาศัยอยู่ในป่านั้น. ต่อมา ที่ทางนั้นขาดผู้คนสัญจรไปมาสองสามวัน สัตว์เดียรัจฉานจึงไม่ได้ดื่มน้ำ ลิงตัวหนึ่งกระหายน้ำเต็มที่ เที่ยวหาน้ำดื่มในที่ใกล้บ่อน้ำ.
               พระโพธิสัตว์เดินไปถึงทางนั้นด้วยกิจธุระอย่างหนึ่ง จึงตักน้ำในบ่อนั้นดื่มล้างมือและเท้า เห็นลิงตัวนั้น ทราบว่ามันกระหายน้ำ จึงตักน้ำใส่รางให้มันดื่ม ครั้นให้เสร็จแล้ว คิดจะพักผ่อนจึงนอนลงที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ส่วนลิงครั้นดื่มน้ำแล้วนั่งอยู่ไม่ไกล ทำหน้าล่อกแล่กหลอกพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์เห็นกิริยาของมัน จึงกล่าวว่า อ้ายวายร้าย ลิงอัปรีย์ เมื่อเองกระหายน้ำเหน็ดเหนื่อยมา ข้าก็ให้น้ำเองดื่ม บัดนี้ เอ็งทำหน้าล่อกแล่กหลอกข้าได้ น่าอนาถใจที่ข้าช่วยเหลือสัตว์ชั่วๆ ไม่มีประโยชน์เลย.
               แล้วกล่าวคาถาแรกว่า :-

               ข้าได้ให้น้ำเป็นอันมากแก่เจ้าผู้ถูกความร้อนแผดเผา หิวกระหาย บัดนี้ เจ้าได้ดื่มน้ำแล้วยังหลอกล้อทำเสียงครอกๆ อยู่ได้ การคบหากับคนชั่วไม่ประเสริฐเลย.


               ในบทเหล่านั้น บทว่า โสทานิ ปิตฺวาน กิกึ กโรสิ ความว่า บัดนี้ เจ้าดื่มน้ำที่ข้าให้แล้วยังทำหน้าล่อกแล่กส่งเสียงครอกๆ อยู่ได้. บทว่า น สงฺคโม ปาปชเนน เสยฺโย ความว่า การคบหากับคนชั่วไม่ดีเลย ไม่คบนั่นแหละดีกว่า.

               ลิงผู้ประทุษร้ายมิตร ครั้นได้ยินดังนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า ท่านอย่าสำคัญว่า เราทำเพียงเท่านี้แล้วจะเสร็จสิ้น บัดนี้ เราจะถ่ายคูถรดศีรษะท่านก่อน แล้วจึงไป
               แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

               ท่านได้ยินหรือได้เห็นมาบ้างหรือว่า ลิงตัวไหนชื่อว่าเป็นสัตว์มีศีล เราจะถ่ายอุจจาระรดศีรษะท่านเดี๋ยวนี้ แล้วจึงจะไป นี้เป็นธรรมดาของพวกเรา.


               ความย่อในคาถานั้นมีดังนี้ ท่านพราหมณ์ ท่านได้ยินหรือได้เห็นที่ไหนว่า ลิงรู้คุณคนมีมารยาทมีศีล มีอยู่. เราจะถ่ายคูถรดศีรษะท่านเดี๋ยวนี้แหละ แล้วจึงจะไป นี้เป็นธรรมดา นี้เป็นสภาพโดยกำเนิดของพวกข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าเป็นลิง คือถ่ายคูถรดหัวผู้มีอุปการะ.

               พระโพธิสัตว์ ครั้นได้ยินดังนั้น จึงเตรียมจะลุกไป ขณะนั้นเอง ลิงกระโดดจับกิ่งไม้ทำคล้ายจะห้อยโหน ถ่ายคูถรดศีรษะพระโพธิสัตว์ แล้วร้องเข้าป่าไป พระโพธิสัตว์อาบน้ำชำระกาย แล้วจึงกลับไป.

               พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวทัตไม่รู้จักคุณ มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน ก็ไม่รู้จักคุณที่เราทำไว้ เหมือนกัน.
               แล้วทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประชุมชาดก.
               ลิงในครั้งนั้น ได้เป็น เทวทัต ในครั้งนี้
               ส่วนพราหมณ์ คือ เราตถาคต นี้แล.

.. อรรถกถา ทุพภิยมักกฏชาดก ว่าด้วย การคบคนชั่ว จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 195อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 197อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 199อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=1244&Z=1252
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :