ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)
ว่าด้วยพระเจ้าสีพี
(ท้าวสักกเทวราชทูลขอดวงพระเนตรกับพระราชาว่า) [๕๒] ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนเฒ่า มองเห็นได้ไม่ไกล มาเพื่อทูลขอพระจักษุ เราทั้ง ๒ จักมีนัยน์ตาคนละข้าง ข้าพระพุทธเจ้าทูลขอแล้ว ขอพระองค์โปรดพระราชทานพระจักษุแก่ข้าพระพุทธเจ้าเถิด (พระโพธิสัตว์ได้สดับดังนั้นทรงดีพระทัย จึงตรัสว่า) [๕๓] วณิพก ใครแนะนำเจ้าให้มาขอดวงตา ณ ที่นี้ เจ้าขอดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ ยากที่จะสละได้ง่ายๆ ที่บัณฑิตกล่าวไว้ว่า เป็นของที่คนสละได้ยาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)

(ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า) [๕๔] ท่านผู้ใด ในเทวโลกเขาเรียกกันว่า สุชัมบดี ท่านผู้นั้น ในมนุษยโลกเขาเรียกกันว่า มัฆวาน ข้าพระพุทธเจ้าเป็นวณิพก ท่านผู้นั้นแนะนำให้มาขอพระราชทานดวงพระเนตรในที่นี้ [๕๕] เมื่อข้าพระพุทธเจ้าทูลวิงวอนขอพระราชทานอวัยวะอันสำคัญอยู่ ขอพระองค์ผู้ถูกขอโปรดพระราชทาน ดวงพระเนตรแก่ข้าพระพุทธเจ้าเถิด ขอพระองค์โปรดพระราชทานดวงพระเนตรซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญ ที่บัณฑิตกล่าวไว้ว่า คนสละได้ยาก แก่ข้าพระพุทธเจ้าเถิด (พระราชาตรัสว่า) [๕๖] เจ้ามาด้วยความประสงค์อันใด ปรารถนาประโยชน์อันใดอยู่ ขอความดำริเหล่านั้นจงสำเร็จแก่เจ้า พราหมณ์ เจ้าจงได้ดวงตาเถิด [๕๗] เมื่อเจ้าขอข้างเดียว เราจะให้ทั้ง ๒ ข้าง เมื่อประชาชนเพ่งดูอยู่ เจ้าจงเป็นผู้มีดวงตาไปเถิด เจ้าปรารถนาสิ่งใด ขอสิ่งนั้นจงสำเร็จแก่เจ้า (ข้าราชการมีเสนาบดีเป็นต้น ราชวัลลภ ชาวพระนคร และนางสนมกราบทูล ทัดทานว่า) [๕๘] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระองค์อย่าได้พระราชทานดวงพระเนตรเลย อย่าทรงละทิ้งพวกข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเลย ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์พระราชทานทรัพย์ แก้วมุกดา และแก้วไพฑูรย์จำนวนมากไปเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)

[๕๙] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ ขอพระองค์จงพระราชทานราชรถ ที่เทียมด้วยม้าอาชาไนย ซึ่งประดับตบแต่งแล้ว ขอพระองค์จงพระราชทานพญาช้าง และที่อยู่อาศัยที่ทำด้วยทองคำเถิด [๖๐] ขอเดชะพระองค์ผู้จอมทัพ ขอพระองค์จงพระราชทานสิ่งของให้พราหมณ์ เหมือนกับชาวกรุงสีพีที่มียานพาหนะและรถ พึงตามเสด็จแวดล้อมพระองค์ในกาลทุกเมื่อ (ลำดับนั้น พระราชาได้ตรัส ๓ คาถาว่า) [๖๑] ผู้ใดพูดว่า เราจักให้แล้วกลับใจไม่ให้ ผู้นั้นชื่อว่าสวมบ่วงที่ตกไปบนพื้นดินไว้ที่คอ [๖๒] ผู้ใดพูดว่า เราจักให้แล้วกลับใจไม่ให้ ผู้นั้นเป็นคนเลวกว่าคนที่เลว ชื่อว่าเข้าถึงสถานที่ลงโทษแห่งพญายม [๖๓] เขาขอสิ่งใด ควรให้สิ่งนั้น เขาไม่ขอสิ่งใด ไม่ควรให้สิ่งนั้น เราจักให้สิ่งที่พราหมณ์ขอกับเราเท่านั้น (ลำดับนั้น พวกอำมาตย์ทูลถามพระราชาว่า) [๖๔] ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน พระองค์ทรงปรารถนาอายุ วรรณะ สุข หรือพละอะไรหรือ จึงได้พระราชทาน พระราชาผู้เป็นใหญ่แห่งชาวสีพี จะพึงพระราชทานดวงพระเนตร เพราะเหตุแห่งปรโลกได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๘๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)

(พระราชาตรัสว่า) [๖๕] เราบริจาคดวงตานั้นเพราะยศก็หามิได้ เราจะปรารถนาบุตร ทรัพย์ และแคว้นก็หาไม่ แต่นี้เป็นธรรมของสัตบุรุษที่ท่านประพฤติมาแต่โบราณ เพราะเหตุนั้นแล ใจของเราจึงยินดีในการให้ทาน ดวงตาทั้ง ๒ ข้างเราจะเกลียดชังก็หาไม่ ตัวตนเราจะเกลียดชังก็หาไม่ แต่สัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะเหตุนั้น เราจึงได้บริจาคดวงตา (พระโพธิสัตว์ได้กำชับนายแพทย์สีวิกะว่า) [๖๖] นายแพทย์สีวิกะ ท่านเป็นเพื่อน เป็นมิตรของเรา ศึกษามาดีแล้ว จงทำตามคำของเราโดยดี เมื่อเรายังเห็นอยู่ ท่านจงควักดวงตา แล้ววางไว้ในมือของวณิพก (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า) [๖๗] นายแพทย์สีวิกะถูกพระเจ้าสีพีทรงเตือน จึงกระทำตามรับสั่ง ได้ควักดวงพระเนตรของพระราชาแล้ว ได้น้อมเข้าไปให้แก่พราหมณ์ พราหมณ์เป็นคนมีตาดี พระราชากลับกลายเป็นคนมีพระเนตรบอดไป [๖๘] จากวันนั้น สองสามวันต่อมา เมื่อดวงพระเนตรมีเนื้องอกขึ้นมา พระราชาผู้ทรงบำรุงแคว้นแห่งชาวกรุงสีพี ให้เจริญรุ่งเรืองพระองค์นั้นทรงรับสั่งหานายสารถีมาตรัสว่า [๖๙] พ่อสารถี เจ้าจงจัดเทียมยาน เทียมเสร็จแล้วจงบอกให้ทราบ เราจะไปยังอุทยาน สระโบกขรณี และราวป่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)

[๗๐] ก็พระราชาได้เสด็จเข้าไปประทับนั่งขัดสมาธิที่ริมฝั่งสระโบกขรณี ท้าวสุชัมบดีสักกเทวราชได้ทรงปรากฏแก่ท้าวเธอ (ฝ่ายท้าวสักกะซึ่งพระโพธิสัตว์ได้ยินเสียงฝีพระบาทแล้วทูลถาม จึงตรัสว่า) [๗๑] ฤๅษีเจ้า หม่อมฉันเป็นท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ ได้มาที่สำนักของพระองค์ ขอพระองค์จงขอพรที่พระองค์มีพระทัยปรารถนา (พระราชาตรัสว่า) [๗๒] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ทรัพย์ของอาตมาก็มีเพียงพอ พลนิกายและพระคลังก็มีมิใช่น้อย แต่บัดนี้ อาตมาเป็นคนตาบอดจึงพอใจการตายเท่านั้น (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๗๓] พระมหากษัตริย์ผู้จอมมนุษย์ คำเหล่าใดเป็นคำสัตย์ ขอพระองค์จงตรัสคำเหล่านั้น เมื่อพระองค์ตรัสคำสัตย์ ดวงพระเนตรจักปรากฏมีอีก (พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพระราชาได้ทำสัจจกิริยาว่า) [๗๔] วณิพกมีโคตรต่างๆ กันเหล่าใดพากันมาเพื่อจะขอกับอาตมา บรรดาวณิพกเหล่านั้น ผู้ใดย่อมขออาตมา แม้ผู้นั้นย่อมเป็นที่รักแห่งใจของอาตมา ด้วยสัจจวาจานี้ ขอดวงตาจงเกิดขึ้นแก่อาตมา (ต่อมาได้ตรัสอีกว่า) [๗๕] พราหมณ์ผู้มาขอกับอาตมาแล้วว่า ขอพระองค์โปรดพระราชทานดวงตาข้างหนึ่งเถิด อาตมาได้ประทานดวงตาให้พราหมณ์ซึ่งขออยู่นั้นไป ๒ ข้าง [๗๖] ปีติและโสมนัสมิใช่น้อยได้ท่วมทับโดยยิ่ง ด้วยสัจจวาจานี้ ขอดวงตาดวงที่ ๒ จงเกิดขึ้นแก่อาตมา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๘๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๓. สีวิราชชาดก (๔๙๙)

(ท้าวสักกะทรงชมเชยพระโพธิสัตว์ในท่ามกลางมหาชนว่า) [๗๗] พระองค์ผู้ทรงผดุงแคว้นให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี พระองค์ตรัสคาถาโดยธรรม ดวงพระเนตรของพระองค์เหล่านี้จะปรากฏเป็นทิพย์ [๗๘] จะให้พระองค์สำเร็จการเห็นทะลุผ่านภายนอกฝา ภายนอกกำแพงศิลาและภูเขาไปได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ (พระโพธิสัตว์แสดงธรรมว่า) [๗๙] ในโลกนี้ ใครหนอถูกเขาขอแล้ว ไม่พึงให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ ทั้งวิเศษ ทั้งเป็นที่รักยิ่งของตน เอาเถิด เราขอเตือนชาวสีพีทุกคนที่มาประชุมพร้อมกัน ขอพวกท่านจงดูดวงตาทั้ง ๒ ซึ่งเป็นทิพย์ของเราในวันนี้ [๘๐] จะให้เราสำเร็จการเห็นทะลุผ่านภายนอกฝา ภายนอกกำแพงศิลาและภูเขา ไปได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ [๘๑] ไม่มีอะไรของเหล่าสัตว์ในมนุษยโลกนี้ ที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าการบริจาค เราได้บริจาคดวงตาซึ่งเป็นของมนุษย์แล้ว กลับได้ดวงตาอันยิ่งกว่าของมนุษย์ [๘๒] พี่น้องชาวกรุงสีพีทั้งหลาย พวกท่านได้เห็นดวงตาทิพย์ ที่เราได้แล้วแม้นี้ จงให้ทาน จงบริโภคเถิด คนที่ให้แล้วและบริโภคแล้วตามความสามารถ ไม่พึงถูกนินทา พึงเข้าถึงแดนสวรรค์
สีวิราชชาดกที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๘๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๔๗๘-๔๘๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=499                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=8156&Z=8243                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=2066                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :